แนะนำกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นเติบโต 3 แบบ

แนะนำกลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นเติบโต 3 แบบ
Finnomena

สนับสนุนเนื้อหา

การลงทุนในตลาดหุ้น ไม่ว่าใครก็ล้วนแต่ต้องการลงทุนในกิจการที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี แต่การจะเลือกหุ้นที่ดี และถูกต้องไม่ใช่เรื่องง่าย แล้ววิธีการใดล่ะที่ทำให้เราสามารถเลือกหุ้นแบบนี้ได้

โดยกลยุทธ์สำหรับการคัดเลือกหุ้นเติบโตที่น่าสนใจ มีด้วยกัน 3 วิธี ดังนี้

การเติบโตแบบที่ 1 คือการหาหุ้นที่มีสินค้าและบริการที่โดนใจลูกค้าของบริษัท แต่ยังขาดความชัดเจน

บริษัทอาจจะมีสินค้าและบริการหลากหลายที่สามารถขายและทำเป็นธุรกิจได้แล้ว แต่ยังไม่ “โดน” นั่นหมายความว่าการเติบโตของบริษัทนั้นมี แต่อาจจะยังลุ่มๆ ดอนๆ ไม่มีความแน่นอน กลุ่มลูกค้าเป็นใครก็อาจจะยังบอกชัดเจนไม่ได้ ซึ่งการหาธุรกิจหรือหุ้นที่มีสตอรี่การเติบโตแบบนี้จะไม่น่าสนใจนัก เพราะยังถือว่ามีความเสี่ยงพอสมควร

โดยหุ้นประเภทนี้ ในบางครั้งอาจจะโตขึ้นมาแล้วถึงขั้นถดถอยเลยก็มี หรืออาจจะเติบโตได้ แต่จะต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ซึ่งจะทำให้บริษัทขาดทุนไปอีกนาน สุดท้ายมีความเสี่ยงที่ใส่เงินไปแล้วอาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้ สตอรี่การเติบโตแบบนี้เราจะผ่านไป เพราะแม้จะมีโอกาสที่ดีแต่ความเสี่ยงก็สูงเช่นกัน การเติบโตขั้นที่ 1 นี้เป็นการเติบโตที่สามารถ “ปลอม” ได้ไม่ยากนัก เพียงฉีดเงินเข้าระบบไปก็สามารถสร้างยอดขายลวงตาได้

การเติบโตแบบที่ 2 คือการมีสินค้าและบริการที่ “โดนใจ” ลูกค้าแล้ว รู้จักกลุ่มลูกค้าของตนเองดีมาก

หุ้นประเภทนี้ ต้องมีความชัดเจนเรื่องแผนธุรกิจ หรือ Business Plan มีทีมงานต้นแบบที่พร้อม และมีกลยุทธ์ขยายกิจการที่ชัดเจน แต่ยังไม่ได้ขยายกิจการมากมายนัก อีกทั้งยังเป็นสินค้าและบริการที่เรียกว่ามี “สาวก” และ “แฟนพันธุ์แท้” อยู่แล้ว

ยกตัวอย่างเช่น การเปิดตัว iPhone รุ่นแรกสุด ร้านขนมหวานอย่าง After You ในช่วง 3-5 ปีแรกที่เริ่มต้นทำธุรกิจมีการขยายสาขา แต่ยังมีจำนวนสาขาไม่มากนัก ร้านนวดสปา Let’s Relax ที่มีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนว่าเน้นนักท่องเที่ยว มีสาขาไม่มาก และกำลังจะขยายสาขามากขึ้นในอนาคต หุ้นที่มีธุรกิจแบบนี้ถือว่าอยู่ใน Sweet Spot ของการเติบโต คือเห็นภาพทุกอย่างชัดเจนไปแล้วเกินครึ่ง เหลืออีกครึ่งคือการลองขยายสาขาจริงๆ จังๆ

การลงทุนในหุ้นเติบโตขั้นที่ 2 ต้องมีการเติบโตที่ชัดเจน มีความเสี่ยงในเชิงการดำเนินงานตํ่า สามารถตั้งสมมติฐานได้เลยว่า ถ้าธุรกิจสามารถเข้าสู่ตลาดที่มีขนาดใหญ่กว่า โดยมีกลุ่มลูกค้าลักษณะเดิมได้ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง

พูดง่ายๆ คือธุรกิจของหุ้นเติบโตในขั้นที่ 2 นี้เหมือนกับธุรกิจที่สามารถ Copy & Paste ได้แล้ว ในขณะที่หุ้นเติบโตขั้นที่ 1 ยังอยู่ในช่วงหาสินค้าและบริการที่ “โดนใจ” การลงทุนในหุ้นเติบโตขั้นที่ 2 นี้จึงมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า ด้วยระบบที่พร้อม และแผนธุรกิจที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ (แม้จะเป็นความสำเร็จกับกลุ่มลูกค้าที่ไม่มากก็ตาม) การเติบโตขั้นที่ 2 นี้เป็นการเติบโตที่ปลอมยากที่สุด เพราะต้องทำให้สินค้าและบริการเป็นที่นิยมเปรี้ยงปร้างขึ้นจริงๆ ซึ่งมีแค่เงินก็ไม่แน่ว่าจะทำได้

การเติบโตแบบที่ 3 คือหุ้นที่มีธุรกิจอยู่แล้วแต่อาจจะเติบโตช้า หรือ ไม่เติบโตแล้ว

ในแบบที่ 3 จะมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ เพราะเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก่อนแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จะไร้ซึ่งความเสี่ยง โดยในแบบที่ 3 สามารถทำให้นักลงทุนอุ่นใจได้ค่อนข้างมาก เพราะนักลงทุนสามารถทราบได้เป็นอย่างดีแล้วว่า ธุรกิจของหุ้นที่เราถืออยู่นั้นเป็นการเติบโตแบบไหน สมควรฝากเงินลงทุนของเราไว้หรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียงหุ้นปั่น มีเพียงกลยุทธ์พูดหลอกล่อ โปรโมทหุ้นกับการเติบโตลมๆ แล้งๆ ให้นักลงทุนฝันหวานไปวันๆ

ข้อดีของหุ้นในประเภทแบบที่สามอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ ต่อให้บริษัทกำลังหาสินค้าใหม่ไปขายให้กับกลุ่มลูกค้าเดิม หรือใช้สินค้าเดิมไปขายให้กับกลุ่มตลาดใหม่ ไม่ว่ายังไงบริษัทในกลุ่มแบบที่ 3 มีธุรกิจดั้งเดิมเป็นฐานให้อยู่ก่อนแล้ว ต่อให้ธุรกิจใหม่จะไม่ประสบความสำเร็จบริษัทก็ไม่ถึงกับล้มหรือปิดบริษัท แต่ถ้าประสบความสำเร็จก็จะเป็นการต่อยอดจากธุรกิจเดิมได้อีกทางหนึ่ง

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!