'Bitcoin' มีโอกาสเกิดฟองสบู่หรือไม่?

'Bitcoin' มีโอกาสเกิดฟองสบู่หรือไม่?

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2017 ดัชนีราคาบิตคอยน์ที่มีการบันทึกไว้ในเวลานั้น มูลค่าของหนึ่งบิตคอยน์มีมูลค่าราว 997 ดอลลาร์ แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เราก็คงทราบกันดีว่า มูลค่าของบิตคอยน์สูงเกินกว่า 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ

ด้วยมูลค่าที่มากขนาดนี้ จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมทุกๆ คนถึงเป็นกังวลอย่างมากว่า บิตคอยน์จะเกิดสภาวะฟองสบู่หรือไม่ 

เรื่องราวเกี่ยวกับฟองสบู่ที่เกิดขึ้นครั้งแรกๆ ในโลก ว่ากันว่า มันคือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงคริสต์ศักราชที่ 17 ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศเนเธอร์แลนด์ เวลานั้นมูลค่าของดอกทิวลิปถูกปั่นขึ้นมา ทำให้ดอกทิวลิปที่เป็นเพียงแค่ดอกไม้ธรรมดาๆ พบได้ดาษดื่นตามธรรมชาติ กลับมีมูลค่าที่สามารถซื้อสินค้าใดๆ ก็ได้บนโลกในยุคนั้น 

โดยมีผู้คนจำนวนมากเชื่อว่า ถึงที่สุดแล้วบิตคอยน์ก็จะเป็นเหมือนกับดอกทิวลิปเมื่อหลายร้อยปีก่อน ซึ่งในท้ายที่สุดมูลค่าของมันจะค่อยๆ ตกลงไปสู่จุดที่ควรจะเป็น นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดอกทิวลิป แต่บิตคอยน์ไม่ใช่ดอกทิวลิป เพราะสิ่งที่มันสะท้อนให้เห็นอยู่ในปัจจุบันคือ ราคาของบิตคอยน์ทำให้ผู้คนที่ 'ถือ' สกุลเงินนี้ กลายเป็นมหาเศรษฐีกันเป็นจำนวนมาก

แน่นอนว่าเรื่องฟองสบู่สกุลเงินบิตคอยน์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่ามันจะมีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่ แล้วจะเกิดขึ้นเมื่อใด เพราะหากว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว การลงทุนในบิตคอยน์ต่างจากการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นอย่างยิ่ง

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะการตีมูลค่าของบิตคอยน์ไม่สามารถทำได้ ตรงกันข้ามกับการลงทุนในตลาดหุ้นที่นักลงทุนจะมีเอกสารประกอบการตัดสินใจ เอกสารการลงทุนอื่นๆ สามารถดูแนวรับ แนวต้านของกราฟหุ้นแต่ละตัว ก่อนที่จะทำการซื้อขายได้ ผิดกับบิตคอยน์ที่ไม่มีข้อมูลใดๆ ช่วยสนับสนุน ฉะนั้นการขึ้นของบิตคอยน์เกิดขึ้นภายใต้คำว่า 'Trust' ล้วนๆ

นั่นหมายความว่า ภายใต้คำว่า Trust หรือความไว้เนื้อเชื่อใจในการลงทุนของบิตคอยน์ มันสามารถผลักดันให้มูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลยอดนิยมสกุลนี้ดันขึ้นสูงได้อีก ไม่แน่ว่าในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราอาจได้มาลุ้นกันอีกครั้งว่า บิตคอยน์จะมีมูลค่าต่อ 1 บิตคอยน์สูงถึง 50,000 ดอลลาร์ หรือไม่ และไม่แน่ว่าในอีกหนึ่งปีหลังจากนี้ มูลค่าต่อหนึ่งบิตคอยน์อาจจะแตะหลัก 1 แสนดอลลาร์ หรือแย่ไปกว่านั้น ทุกอย่างอาจพังทลายหากเมื่อถึงเวลานั้น บิตคอยน์กลายเป็นฟองสบู่ที่แตกดังโพละขึ้นมา ตามที่นักวิเคราะห์จำนวนมากได้เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดี การถือกำเนิดขึ้นมาของบิตคอยน์ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องที่ดี ตรงกันข้ามกลับเป็นสิ่งที่น่าสนใจด้วยซ้ำ เพราะบิตคอยน์ถูกออกแบบด้วยหลักการทางคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ มีการปิดช่องโหว่ที่ค่อนข้างแน่นหนา อีกทั้งบิตคอยน์ก็ถือกำเนิดขึ้นมา ภายหลังการเกิดเหตุการณ์ล่มสลายทางการเงิน ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากสูญเสียศรัทธากับสถาบันทางการเงิน แล้วด้วยความที่บิตคอยน์เป็นเงินสกุลดิจิทัลที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ปลอดภัยจากการติดตามของหน่วยงานภาครัฐ ที่มีโอกาสสอดแนมประชาชนได้ทุกเมื่อ แต่ตรงนี้ต้องขีดเส้นใต้ไว้ด้วยว่า บิตคอยน์ก็ยังมีความเสี่ยงจากการถูกแฮกจากผู้ไม่ประสงค์ดีในโลกอินเทอร์เน็ต

ในมุมมองของผู้เขียนแล้ว บิตคอยน์เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง และที่ผ่านมาก็ค่อนข้างจะหลีกหนีที่จะลงทุนในบิตคอยน์ เพราะว่ากันตามตรงความรู้ในการที่จะวิเคราะห์เกี่ยวกับบิตคอยน์มีอยู่น้อยมาก เราแทบไม่มีความรู้เลยว่า มูลค่าของบิตคอยน์ที่จริงแท้คือเท่าใด ราคาไหนคือราคาที่แพง ราคาไหนคือราคาที่ถูกมากๆ การเลือกที่จะไม่ลงทุนเลย ก็อาจเป็นแนวทางการตัดสินใจที่ดีที่สุดของผู้เขียน แต่อาจใช้ไม่ได้กับนักลงทุนคนอื่นๆ ในตลาดการลงทุน 

สุดท้ายแล้ว สำหรับคุณผู้อ่านที่กำลังคิดอ่านจะลงทุนในบิตคอยน์ ขอให้ใช้วิจารณญาณให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะการลงทุนในบิตคอยน์ชั่วโมงนี้ ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ และมีโอกาสที่คุณจะเจ็บตัวสุดๆ ได้เช่นกัน

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!