บิล เกตส์-เจฟฟ์ เบโซส์-วอร์เรน บัฟเฟตต์ แค่สามคนรวมกัน 'มั่งคั่ง' กว่าคนจนอเมริกันครึ่งหนึ่ง

บิล เกตส์-เจฟฟ์ เบโซส์-วอร์เรน บัฟเฟตต์ แค่สามคนรวมกัน 'มั่งคั่ง' กว่าคนจนอเมริกันครึ่งหนึ่ง

ทุกๆ ปีที่นิตยสารฟอร์บส หรือนิตยสารฟอร์จูน มีการนำเสนอ 'บุคคล' ที่มีความมั่งคั่งที่สุดในโลก มักปรากฏชื่อของสามมหาเศรษฐีคนดังอย่างบิล เกตส์, เจฟฟ์ เบโซส์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ อยู่เสมอๆ แต่จากการศึกษาครั้งล่าสุด พบว่า เมื่อนำเอาทรัพย์สินที่มหาเศรษฐีทั้งสามถือครอง กลับพบว่า พวกเขาทั้งสามมีความมั่งคั่งยิ่งกว่าประชาชนครึ่งล่างของสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นจำนวนประชากรมากถึง 160 ล้านคน

ทั้งนี้มีการวิเคราะห์ว่า ทรัพย์สินที่บิล เกตส์, เจฟฟ์ เบโซส์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ ถือครองอยู่น่าจะมีประมาณ 248.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ จนอาจกล่าวได้ว่า นี่คือปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งในสังคมอเมริกันปัจจุบัน และอาจลุกลามกลายเป็นวิกฤตทางศีลธรรมได้ในอนาคต

เท่านั้นยังไม่พอ ปัญหาระหว่างคนรวยและคนจนอาจขยายตัวรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม หากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ตัดสินใจเปลี่ยนนโยบายทางภาษีครั้งใหม่ ซึ่งแผนภาษีที่ว่านี้ กลุ่มคนรวยดูจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมากทีเดียว

มาตรการภาษีที่ทรัมป์วางแผนอยู่นั้น จะเป็นการตัดลดภาษีครั้งใหญ่ จากเดิมที่เป็นภาษี 4 ขั้น 10-40% เหลือเพียง 3 ขั้นอยู่ที่ 12%, 25% และ 35% อีกทั้งในภาคธุรกิจก็จะมีการลดภาษีเงินได้จาก 35% เหลือเพียง 20% อย่างไรก็ดีแผนการปรับลดภาษีครั้งใหม่ทั้งระบบจะยังไม่ถูกนำมาใช้เร็ววันนี้ เนื่องจากต้องผ่านการพิจารณาอีกหลายขั้นตอน

นอกเหนือจากนี้ข้อมูลจากนิตยสารฟอร์บส ยังระบุด้วยว่า ในปัจจุบันมหาเศรษฐีอันดับท็อป 400 ในอเมริกา เมื่อนับทรัพย์สินรวมกันแล้วมีมากถึง 2.68 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตัวเลขนี้มากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ Gross Domestic Produc (GDP) ของสหราชอาณาจักรเสียอีก

ทั้งหมดทั้งมวลจึงอาจกล่าวได้ว่า อเมริกากำลังมีโอกาสเผชิญปัญหาความไม่เท่าเทียมด้านการเงินครั้งสำคัญ รวมถึงการกระจายความมั่งคั่งที่ไม่เป็นธรรม พร้อมกันนี้เมื่อดูจากกลุ่มคนรวย 25 อันดับแรก ล้วนแต่เป็นคนผิวขาว ซึ่งไล่ตั้งแต่บิล เกตส์ มีทรัพย์สิน 89 พันล้านดอลลาร์, เบโซส์ ที่ 81.5 พันล้านดอลลาร์, บัฟเฟตต์ 78 พันล้านดอลลาร์ ไปจนถึงมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก อยู่ที่ 71 พันล้านดอลลาร์