รู้จักร้านของถูกชื่อดังจากญี่ปุ่น 'ดองกิโฮเต้' ก่อนเปิดให้บริการในไทย

รู้จักร้านของถูกชื่อดังจากญี่ปุ่น 'ดองกิโฮเต้' ก่อนเปิดให้บริการในไทย

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสสัมผัสกลิ่นของดอกซากุระ หรือการได้ลิ้มลองปลาดิบรสชาติต้นตำรับ ในระหว่างการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น เชื่อว่านักท่องเที่ยวหลายคนต้องเคยเห็นร้านดิสเคาน์สโตร์ขนาดใหญ่ พร้อมสินค้าที่วางเรียงรายเต็มไปหมด หลายคนเข้าไปในร้านด้วยความไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ร้านดังกล่าวมีชื่อว่าอะไร รู้แต่เพียงว่า มันช่างใหญ่โตเสียเหลือเกิน กว่าที่จะรู้ว่าร้านนี้มีชื่อว่า 'ดองกิโฮเต้' ก็หมดเงินไปแล้วหลายพันเยน

สารภาพอย่างหนึ่งว่า ครั้งแรกที่มีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่น ผู้เขียนก็ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับร้านนี้สักเท่าไหร่ เพราะชื่อชั้นของคำว่า ดองกิโฮเต้ ที่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตนั้น ก็ดันเป็นวรรณกรรมของนักประพันธ์ชาวสเปนที่เคยอ่านสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งแทบไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับดิสเคาน์สโตร์แห่งนี้เอาเสียเลย

กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ ภายหลังจากที่นักเดินทางชาวไทย มีโอกาสไปแวะเวียนญี่ปุ่นกันมามากแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ การเดินทางไปหาสินค้าราคาถูก พร้อมกับการค้นหาสินค้าอันมากมายผ่านร้านดองกิโฮเต้ ก็ไม่ต้องถ่อไปถึงญี่ปุ่น เพราะร้านค้าชื่อดังร้านนี้กำลังดำเนินการเปิดสาขาแรกในไทย ซึ่งตั้งอยู่ย่านทองหล่อ เอกมัย อันเป็นแหล่งชุมชนขนาดย่อมที่มีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากอาศัยอยู่ พร้อมกันนี้ในย่านดังกล่าว ยังเป็นพื้นที่ที่มีวัยรุ่นคนหนุ่มสาวที่มีกำลังซื้อ จึงนับได้ว่าเป็นพื้นที่การค้าที่น่าสนใจทีเดียว

22279616_1369067776525415_209Don Quijote

สินค้าที่มีการวางจำหน่ายภายในร้าน 'ดองกิโฮเต้' เท่าที่เคยเดินสำรวจขณะที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น พบว่า มีตั้งแต่ อาหาร ขนม เครื่องสำอาง ของที่ระลึก ชุดคอสเพลย์ สินค้ากลุ่มแฟชัน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงสินค้าเฉพาะผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนนี้คาดว่าจะไม่ถูกนำมาวางจำหน่ายในไทย หรือถ้าหาของที่ต้องการไม่เจอ ก็ลองถามพนักงานได้เช่นกัน เรียกได้ว่ามีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ว่าไปแล้วเมื่อพูดถึงพนักงานเท่าที่เคยใช้บริการ ก็แทบไม่พบแรงกดดันจากพนักงาน นักช็อปสามารถซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบายใจ 

นอกจากจุดเด่นที่มีสินค้าให้เลือกครบครันแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของร้านดองกิโฮเต้ นั่นคือ ราคาของสินค้าแต่ละชนิดก็ไม่แพงมากนัก หลายชิ้นก็ถือว่ามีราคายุติธรรมทีเดียว อย่างไรก็ดีสินค้าที่มีราคาถูกมากๆ ก็อาจแลกมากับคุณภาพที่ไม่ดีนัก อาจใช้งานได้เพียงแค่ครั้งเดียวแล้วต้องทิ้ง ซึ่งผู้เขียนเองเคยมีประสบการณ์ตรงอยู่บ้าง อย่างเช่น เมื่อครั้งที่ไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงหน้าฝน แล้วลืมพกเสื้อกันฝนมา ซึ่งไปได้เสื้อกันฝนราคาไม่กี่ร้อยเยนจากร้านดองกิโฮเต้ แต่ก็โชคร้ายนิดหน่อยตรงที่ใช้งานได้ไม่กี่ชั่วโมง เสื้อกันฝนที่ว่านี้ก็ขาดลุ่ย จนกลายเป็นเศษพลาสติกในท้ายที่สุด

สำหรับสาเหตุที่ร้านดองกิโฮเต้ เป็นหนึ่งในร้านขวัญใจนักท่องเที่ยว นั่นเป็นเพราะว่า ภายในร้านมีบริการสินค้าปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว เพียงแต่อาจมีเงื่อนไขของสินค้าบางชนิดที่ไม่เข้าร่วมรายการสินค้าปลอดภาษี เช่น สินค้าในกลุ่มเครื่องประดับ เป็นต้น ส่วนการใช้สิทธิ์ซื้อสินค้าปลอดภาษี ก็เหมือนกับร้านทั่วๆ ไป เพียงแสดงหนังสือเดินทาง (Passport) ที่หน้าแคชเชียร์ชำระสินค้า ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะถูกปิดผนึกเป็นอย่างดี และไม่สามารถเปิดผนึกออกได้ จนกว่าที่จะกลับสู่มาตุภูมิ 

อย่างไรก็ดี จนถึงเวลานี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า ร้านดองกิโฮเต้ สาขาแรกในประเทศไทย จะพร้อมให้บริการเมื่อใด ซึ่งคงต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!