ธุรกิจไวน์ระส่ำ-กำลังผลิตลดลงหนักสุดในรอบ 50 ปี

ธุรกิจไวน์ระส่ำ-กำลังผลิตลดลงหนักสุดในรอบ 50 ปี

ธุรกิจไวน์กำลังระส่ำหนัก ภายหลังหัวหอกด้านการผลิตไวน์อย่างอิตาลี ฝรั่งเศส และสเปน กำลังเจอปัญหาสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงแย่ลง ส่งผลให้การผลิตไวน์หดตัวหนักสุดในรอบ 50 ปี

รายงานขององค์กรไวน์ระหว่างประเทศ (International Organisation of Vine and Wine; OIV) เปิดเผยว่า ผลผลิตไวน์ทั่วโลกในปี 2017 มีแนวโน้มลดลงจากปีก่อนถึง 8% โดยคาดว่ายอดการผลิตไวน์จะเหลืออยู่ที่ 247 ล้านเฮกโตลิตร

สาเหตุที่ไวน์ทั่วโลกมีผลผลิตลดน้อยลงไปมีการเปิดเผยว่า เป็นผลสืบเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้าย จนส่งผลให้ประเทศที่เป็นกำลังสำคัญด้านการผลิตไวน์คุณภาพสูงอย่างอิตาลี สเปน และฝรั่งเศส ได้รับผลกระทบ 

โดยอิตาลีเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบด้านสภาพอากาศมากที่สุด คาดว่าอิตาลีจะมีผลผลิตไวน์ลดลงราว 23% คิดเป็น 39.3 ล้านเฮกโตลิตร ตามมาด้วยฝรั่งเศสมีผลผลิตลดลงราว 19% คิดเป็น 36.7 ล้านเฮกโตลิตร และสเปนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด 15% จำนวน 33.5 ล้านเฮกโตลิตร ซึ่งจากการหดตัวของผลผลิตดังกล่าว ทำให้ผูู้ประกอบการผู้ผลิตไวน์ขนาดย่อมเป็นฝ่ายผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด

*หมายเหตุ: 100 ลิตร = 1 เฮกโตลิตร 

อย่างไรก็ดี แม้ทางฝั่งยุโรปกำลังเผชิญปัญหายอดการผลิตที่ลดลง แต่ในฝั่งประเทศผู้ผลิตไวน์นอกทวีปยุโรปกลับมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ดังเช่นในประเทศออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 6% คิดเป็น 13.9 ล้านเฮกโตลิตร เช่นเดียวกับอาร์เจนติน่าเพิ่มขึ้นราว 11.8 ล้านเฮกโตลิตร 

แต่ไม่ใช่กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นผู้ผลิตไวน์ลำดับที่ 4 ของโลก กลับมียอดการผลิตที่ลดลงไปราวๆ 1% สาเหตุหลักที่ทำให้ยอดการผลิตลดลงสืบเนื่องมาจากปัญหาไฟป่าในแคลิฟอร์เนียนั่นเอง

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!