กฟผ.เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเขื่อนอีสานใกล้ชิด

กฟผ.เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเขื่อนอีสานใกล้ชิด
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

กฟผ.เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเขื่อนภาคอีสานใกล้ชิด พร้อมลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำของเขื่อนกฟผ. ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ  เว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีปริมาณน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุม เนื่องจากปีนี้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนจำนวนมาก ประกอบกับได้รับอิทธิพลของพายุ “ตาลัส”, “เซินกา” และหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้มีฝนตกหนักและน้ำหลากในหลายจังหวัดของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเขื่อนต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำสูงเกินกว่าเกณฑ์ควบคุม  ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 2,488 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 102  สูงเกินเกณฑ์ควบคุมอุทกภัย ส่งผลให้ต้องเพิ่มการระบายน้ำ จากเดิมวันละ 25 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ  ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ เขื่อนจุฬาภรณ์ มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 164 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 100, เขื่อนสิรินธร มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 1,616 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 82 และเขื่อนน้ำพุง มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 166 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 100 ขณะที่ในพื้นที่ภาคเหนือ เขื่อนต่าง ๆ มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ  

ส่วนในพื้นที่ประสบอุทกภัย กฟผ. ได้ทยอยลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ เบื้องต้นส่งมอบถุงยังชีพให้แก่ชุมชนโดยรอบเขื่อนจุฬาภรณ์ 500 ชุด และชุมชนโดยรอยเขื่อนอุบลรัตน์ 300 ชุด รวมทั้งสิ้น 800 ชุด  โดยกฟผ.ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์ WATER.EGAT.CO.TH และแอพพลิเคชั่น EGAT Water ซึ่งสามารถดาวน์โหลดค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำได้อย่าง Real Time ตลอด 24 ชั่วโมง