เฮ! สปส.เตรียมปรับเกณฑ์เพิ่มเงินรักษามะเร็ง 10 ชนิด

เฮ! สปส.เตรียมปรับเกณฑ์เพิ่มเงินรักษามะเร็ง 10 ชนิด
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

ประกันสังคมเตรียมปรับเกณฑ์เพิ่มเงินรักษามะเร็ง 10 ชนิด

พร้อมปรับรายการอัตราค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค จำนวน 176 รายการ เตรียมมาตรการรองรับผู้ประกันตน หลังสถานพยาบาลออกโครงการฯ 3 แห่งในปี 61

กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม เผยมติบอร์ดประกันสังคม เห็นชอบให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพิ่มเงินรักษาโรคมะเร็ง 10 ชนิด พร้อมปรับปรุงรายการและอัตราค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ ในการบำบัดรักษาโรค จำนวน 176 รายการ แจงเพื่อมาตรฐานการรักษาอย่างเท่าเทียมกันและประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตน

นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา คณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษาได้เห็นชอบให้มีการปรับปรุงประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน สำหรับสาระสำคัญคือปรับปรุงหลักเกณฑ์ และอัตราค่ารักษาพยาบาลกรณีโรคมะเร็ง 10 ชนิดที่ไม่สามารถรักษาตามแนวทางมาตรฐานที่กำหนด (Protocol) และมีความจำเป็นให้การรักษาด้วยยาและหรือเคมีบำบัดและหรือรังสีรักษา ให้สถานพยาบาลสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 50,000 บาทต่อรายต่อปี

และในที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษายังได้มีมติเห็นชอบให้มีการทบทวนแนวทางการรักษาโรคมะเร็ง ให้สอดคล้องเหมาะสมกับแนวทางการรักษาที่เป็นปัจจุบันและให้บูรณาการร่วมกันทั้ง 3 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และกองทุนประกันสังคม อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเป็นการสนับสนุนค่ารักษาโรคมะเร็งเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็ง สามารถเข้าถึงการรักษา นอกจากนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษายังมีการพิจารณาปรับปรุงรายการและอัตราค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคจำนวน 176 รายการ โดยปรับปรุงอัตราค่าอุปกรณ์และอวัยวะเทียม รวมทั้งข้อบ่งชี้ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐาน

“สิทธิประโยชน์ของสำนักงานประกันสังคมเรื่องการให้บริการรักษาโรคมะเร็ง หรือการปรับปรุงอัตราค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคต่าง ๆ และกรณีเจ็บป่วยอื่น ๆ มีมาตรฐานทัดเทียมกับกองทุนต่าง ๆ ซึ่งเราพยายามพัฒนาสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 กรณีอย่างเหมาะสมควบคู่กับความมั่นคงของกองทุนประกันสังคมด้วย อย่างไรก็ตามกระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม ยังคงมุ่งมั่นพัฒนางานเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตนเป็นสำคัญ”

ส่วนกรณีในปี 2561 มีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมทั่วประเทศจำนวน 236 แห่ง แบ่งเป็นสถานพยาบาลของรัฐบาล 158 แห่ง สถานพยาบาลเอกชน 78 แห่ง ที่สามารถรองรับผู้ประกันตนได้ สถานพยาบาลที่ไม่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลยันฮี กรุงเทพฯ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี และโรงพยาบาลศรีระยอง จ.ระยอง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมได้มีมาตรการรองรับ โดยได้จัดสถานพยาบาลทดแทนให้กับผู้ประกันตน ขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อเลือกสถานพยาบาล ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 นี้ หากไม่เลือกมาภายในกำหนด สำนักงานประกันสังคมจะจัดสถานพยาบาลให้ผู้ประกันตน

เลขาธิการฯ กล่าวต่อไปว่า สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งผลการเลือกสถานพยาบาล ให้สถานประกอบการ (มาตรา 33) และผู้ประกันตนมาตรา 39 วันที่ 17 ธันวาคม 2560  ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิได้จากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th และ ข้อความ SMS แจ้งผลการเลือกสถานพยาบาลของผู้ประกันตนมาตรา 39 หากผู้ประกันตนประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยสถานพยาบาลที่เลือกต้องเป็นสถานพยาบาล  ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

นายสุรเดช กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้ประกันตนอุ่นใจได้ว่า สำนักงานประกันสังคมให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตน อย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างแน่นอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก หรือโทร.1506

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!