9 เคล็ดลับ เริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟให้ปัง

9 เคล็ดลับ เริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟให้ปัง
SME Thailand club

สนับสนุนเนื้อหา

ตอนนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ตามตรอกเล็กซอยน้อยเราก็สามารถพบร้านกาแฟได้ไม่ยาก เพราะร้านกาแฟ เป็นธุรกิจที่ใครหลายๆ คนคิดว่าทำได้ง่าย แต่หารู้ไม่ว่าร้านกาแฟที่ปิดตัวลงไปก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน เอาเป็นว่าถ้าใครกำลังต้องการเปิดร้านกาแฟแบบไม่ตกม้าตาย ลองมาดูเคล็ดลับและขั้นตอนการเปิดร้านกาแฟให้ประสบความสำเร็จกันดีกว่า

1. แผนธุรกิจเปรียบเสมือนเข็มทิศ
หากเราล่องเรือกลางมหาสมุทรโดยปราศจากเข็มทิศ ต่อให้ไม่เจอพายุซัดกระหน่ำจนเรือล่ม แต่คิดว่าเมื่อไหร่จะถึงจุดหมายกัน การทำธุรกิจก็ต้องมีแผนธุรกิจเช่นเดียวกัน เพื่อให้รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร จะได้ตั้งราคาอย่างเหมาะสม และรู้ต้นทุน กำไร จุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหา อุปสรรค ตลอดจนการตลาดเพื่อขับเคลื่อนโปรโมชั่น

2. ทำเลต้องโดน
ร้านกาแฟควรเป็นสถานที่ที่มีคนผ่านไปผ่านมาตลอด มองเห็นได้ง่าย และเดินทางไปได้ไม่ยาก แต่การจะค้นหาทำเลในฝันอย่างที่บอกได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความอดทนและความพยายามอย่างสูง

3. วาดแผนผังร้าน
ขั้นตอนนี้ต้องมีแผนธุรกิจมาประกอบ ว่าเรากำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้เป็นใคร ราคาสินค้าอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อให้การออกแบบมีความสอดคล้องกับแผนธุรกิจให้มากที่สุด ซึ่งโดยปกติแล้วร้านกาแฟควรออกแบบให้มีพื้นที่กว้าง ที่นั่งไม่เบียดกัน กระจกใช้แบบใสเพื่อความปลอดโปร่ง ดูสบายตา สำหรับใครที่ไม่เก่งด้านงานออกแบบ สามารถใช้เว็บไซต์และซอฟต์แวร์การออกแบบมาช่วยได้ เช่น www.homestyler.com , www.floorplanner.com , www.gliffy.com เป็นต้น

4. คิดเรื่องเงินลงทุนและต้นทุนให้ดี
หลังจากที่เราเริ่มต้นธุรกิจ ค่าใช้จ่ายต่างๆ จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการดำรงชีวิตขึ้นมาทันที และเราจะมีทั้งค่าใช้จ่ายกับกำไรทางธุรกิจ กับค่าใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้เป็นระบบ สำหรับใครที่คำนวณต้นทุนแล้วคิดว่ามีเงินหมุนเวียนทางธุรกิจไม่ถึง 6 เดือน ลองนำแผนธุรกิจไปเสนอเพื่อนหรือคนในครอบครัวเกี่ยวกับแนวทางการสร้างกำไรของร้านเพื่อยืมเงินมาลงทุนเพิ่ม ก็เป็นวิธีที่ไม่เลว

5. สำรวจราคาวัสดุอุปกรณ์ในตลาดก่อนซื้อ
ก่อนที่จะลงทุนซื้อสิ่งของมาตบแต่งร้าน ให้พยายามหาข้อมูลและราคาจากหลายๆ ที่มาเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจซื้อ

6. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับร้านค้ารอบๆ
การทำธุรกิจเพียงลำพังเป็นเรื่องที่เหนื่อยมากๆ ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นลองมองหาเพื่อนร่วมธุรกิจที่อยู่รอบๆ หาโอกาสไปทักทายพวกเขาก่อนวันเปิดร้านของเราเพื่อสอบถามความเป็นไปของธุรกิจ และแนะนำธุรกิจของเราให้เขารู้จักเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ รวมถึงมองหาแนวทางการทำตลาดร่วมกันในอนาคต

7. เริ่มต้นการตลาดก่อนเปิดร้าน
อย่าเริ่มต้นทำการตลาดในวันที่เปิดร้านวันแรก เพราะในวันเปิดร้านควรมีลูกค้ามายืนรอต่อคิวซื้อกาแฟกันอย่างเนืองแน่นสิ จริงไหม ถ้าใครที่ต้องการภาพแบบนั้น ลองดูวิธีนี้กัน

• มอบกาแฟฟรีให้กับร้านค้ารอบๆ โดยขอแลกเปลี่ยนกับการนำใบปลิวหรือคูปองส่วนลดไปวางไว้ในร้านของเขา
• ประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย
• จัดโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1

8. มีทัศนคติที่ดีและใจเย็นเข้าไว้
บางครั้งเรื่องทุกอย่างอาจไม่เป็นไปตามที่เราคิด อาจมีลูกค้าทำอุปกรณ์ในร้านแตกหัก อาจโดนลูกค้าเหวี่ยงใส่ แต่ธุรกิจบริการเป็นธุรกิจที่เราต้องยิ้มรับพร้อมกับแก้ปัญหาด้วยความใจเย็นและมีสติ

9. อย่าจ้างพนักงานทีเดียวพร้อมกัน
ตอนสัมภาษณ์งาน ยังไงเราก็ไม่มีทางเห็นทุกอย่างได้หมด เขาอาจเตรียมการตอบคำถามมาดี มีความคิดเชิงบวก แต่หน้างานอาจเป็นคนใจร้อนก็ได้ ดังนั้น พยายามจ้างพนักงานทีละ 1 คน หรือ 2 คน แล้วคอยจับตามองวิธีการทำงานและการให้บริการของพนักงานทีละคน เพื่อไม่ให้มีใครสร้างผลกระทบในเชิงลบต่อธุรกิจของเราได้ หลังจากมั่นใจว่าพนักงานที่เรารับมา สามารถรับมือกับปัญหาได้ในหลายๆ เรื่องก็ค่อยๆ ปล่อยให้เขาทำงานอย่างสบายใจ ไม่อย่างนั้น หากจุกจิกมากเกินไปก็คงไม่มีใครอยู่กับเราได้นาน

สุดท้ายคงไม่พ้นเรื่องคุณภาพและรสชาติ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการมัดใจลูกค้าให้กลับมาใช้บริการที่ร้านเราในครั้งต่อๆ ไป


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!