เมื่อความเสี่ยงของธุรกิจในยุคนี้เป็นเรื่องสำคัญ การประกันภัยธุรกิจจึงเกิดขึ้น

เมื่อความเสี่ยงของธุรกิจในยุคนี้เป็นเรื่องสำคัญ การประกันภัยธุรกิจจึงเกิดขึ้น
S! Money (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

ในบ้านเรานั้นมีธุรกิจการประกันอยู่หลายรูปแบบ แต่สามารถแบ่งออกเป็นหลักๆ ได้อยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่ การประกันชีวิต (Life Insurance) และการประกันวินาศภัย (Non-Life Insurance) วันหนึ่งเมื่อมีโทรศัพท์เข้ามาและรับจนได้ยินคำว่า ‘ประกัน’ ออกจากปลายสายที่เรากำลังจะสนทนาด้วยต้องรีบแจ้นวางหู ทำเหมือนไม่รับรู้

จริงๆ แล้วเราอาจจะไม่ได้เกลียด เพียงแต่ไม่ค่อยรื่นรมย์นักเมื่อต้องมาสนทนากันในเรื่องอะไรเทือกนี้ อย่างหนึ่ง เพราะเราอาจจะเคยเห็นเรื่องราวการประกัน หรือข่าวตัวแทนประกันในแง่ลบมาก่อนซะเป็นส่วนมาก ซึ่งถ้ามองดีๆ แง่บวกของการประกันก็มีอยู่พอตัว เพียงแต่ยังไม่มีใครมาเล่าให้ผู้บริโภคอย่างเราเข้าใจอย่างถ่องแท้ โดยที่ไม่มีเรื่องของรายได้เข้ามาเป็นเรื่องหลัก

ทุกวันนี้ ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจเพียงแค่เรื่องของ ‘การประกันชีวิต’ เท่านั้น เพราะเป็นหนึ่งรูปแบบการประกันที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องสุขภาพ , อุบัติเหตุ หรือแม้แต่เหตุอื่นๆ ที่เกิดขึ้นอย่างสุดวิสัย แต่อีกหนึ่งรูปแบบการประกันที่เข้ามาช่วยคุ้มครองนอกเหนือไปจากการใช้ชีวิตของบุคคลและมีประโยชน์เป็นอย่างมาก คือ ‘การประกันวินาศภัย’ ยิ่งเศรษฐกิจในบ้านเราผันผวนขึ้นลงไม่แน่นอน แต่ละบริษัทประกันจึงได้ออก ‘การประกันภัยธุรกิจเอสเอ็มอี’ มาเพื่อช่วยปลดล็อคทุกความเสี่ยงในการทำธุรกิจ ว่าแต่การประกันในรูปแบบนี้มีความสำคัญยังไง ตามมาดูพร้อมๆ กันเลย ...

ในปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นที่มีฝันและต้องดำเนินการในธุรกิจของตนให้ประสบความสำเร็จ แต่ยังมีคนกลุ่มเล็กๆ อีกมากที่อยากจะทำฝันในการประกอบธุรกิจของตัวเองให้เป็นจริงขึ้นมาได้ จึงเกิดเป็นบริษัทขนาดเล็ก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ SME (Small and Medium Enterprises) แน่นอน ยิ่งเป็นคนที่มีประสบการณ์ไม่มากพอ ย่อมต้องยืนอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงเพื่อนำพาธุรกิจที่ปั้นปลุกปั้นมากับมือให้เดินต่อไปได้ แต่ในยุคนี้ ยุคที่เศรษฐกิจยังไม่มีเสถียรภาพมากพอ แล้วเราจะหาสิ่งไหนมาเป็นเครื่องยืนยันว่าธุรกิจของเราจะไม่ล้มหายตายจากแบบไม่เหลืออะไรไว้ให้ดูต่างหน้า จึงเป็นที่มาว่าเหตุใดผู้ประกอบการ SME ถึงไม่ควรรับความเสี่ยงนี้ไว้เพียงลำพัง การมองหาแพคเพจประกันธุรกิจ SME เลยกลายเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องมีไว้อย่างยิ่ง

ข้อดีประการหนึ่งของการทำประกันธุรกิจ SME จะช่วยคุ้มครองต่อความเสี่ยงภัยในทรัพย์สินของธุรกิจที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ความรับผิดทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงประโยชน์ที่จะได้จากความคุ้มครองต่อพนักงานในธุรกิจนั้นๆ อีกด้วย ฉะนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยธุรกิจเอสเอ็มอี ก็ควรมองหาบริษัทที่มีประสบการณ์ มีความพร้อมในเรื่องของการประกันภัยอย่างรอบด้าน อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถให้คำแนะนำได้อย่างครอบคลุม ซึ่งโดยปกติแล้ว การประภัยธุรกิจเอสเอ็มนั้น จะคุ้มครองตั้งแต่กลุ่มสตาร์ทอัพ , กลุ่มเจ้าของธุรกิจส่วนตัว , ธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดกลาง ไปจนถึงบริษัทที่มีพนักงานประจำไม่เกิน 100 คน

เป็นยังไงกันบ้างกับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการประภัยธุรกิจเอสเอ็มอีที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งภูมิคุ้มกันที่เราสามารถนำไปรองรับทุกความต้องการการประกอบธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางได้ ถึงแม้จะไม่ได้ช่วยยืนยันในเรื่องความสำเร็จของการดำเนินงาน แต่อย่างน้อย ก็ช่วยเรารองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัวได้ ปัจจุบัน มีตัวแทนประกันหลากหลายบริษัทที่มีการประกันในรูปแบบนี้ ยังไงก่อนเลือกซื้อ ก็ควรตรวจสอบข้อมูลและความคุ้มครองให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจกันด้วยล่ะ

FYI
การประกันภัย (Life Insurrance) คือ สัญญาระหว่างผู้ให้ประกัน ซึ่งมักเป็นบริษัทประกันชีวิต กับผู้เอาประกัน โดยผู้เอาประกันต้องจ่ายเบี้ยประกันให้ผู้รับประกัน หากผู้เอาประกันเกิดเสียชีวิตขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับภายในเงื่อนไขในกรมธรรม์ บริษัทประกันจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้รับผลประโยชน์เรียกว่าเงินสินไหม

การประกันวินาศภัย (Non-Life Insurance) คือ การที่ผู้รับประกันภัยตกลงจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหากเกิดความสูญเสียหรือเสียหายต่อทรัพย์สินที่ได้เอาประกันภัยไว้ ซึ่งความเสียหายนั้นสามารถประเมินมูลค่าหรือกำหนดเป็นวงเงินได้ เช่น บ้าน รถยนต์ โดยผู้เอาประกันภัยต้องชำระเบี้ยประกันภัย

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!