ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น60.81จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (31 ก.ค.) ที่ 21,891.12 จุด เพิ่มขึ้น 60.81 จุด หรือ +0.28% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,348.12 จุด ลดลง 26.55 จุด หรือ -0.42% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,470.30 จุด ลดลง 1.80 จุด หรือ -0.07% โดยดาวโจนส์ปิดทำนิวไฮติดต่อกันเป็นวันที่ 4 หลังจากหุ้นบริษัทผลิตเครื่องบินรายใหญ่อย่าง โบอิ้ง ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายของสหรัฐฟื้นตัวในเดือนมิ.ย. อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากรายงานของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) ซึ่งระบุว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังปรับตัวลง 3 เดือนติดต่อกัน
หากเทียบรายปี ดัชนีเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมี.ค.
ทั้งนี้ ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย เป็นมาตรวัดจำนวนสัญญาซื้อบ้านมือสองที่มีการเซ็นสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้ปิดการขาย และโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนสำหรับการเซ็นสัญญาไปจนกระทั่งปิดการขาย
อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลให้หุ้นเฟซบุ๊ก ร่วงลง 1.9% หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ดิ่งลง 1.2% หุ้นอเมซอน ร่วงลง 3.2% หุ้นเน็ทฟลิกซ์ ปรับตัวลง 1.3%
นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งได้แก่ การใช้จ่าย-รายได้ส่วนบุคคลเดือนมิ.ย., ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมิ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนก.ค., ดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างเดือนมิ.ย. และยอดขายรถเดือนก.ค.