8 วิธีคูล ๆ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อของในซุปเปอร์ฯ

8 วิธีคูล ๆ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อของในซุปเปอร์ฯ
MoneyGuru

สนับสนุนเนื้อหา

การซื้อของชำ ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด-แห้ง ของใช้ในครัว ของใช้ในห้องน้ำ ฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องเสียเงินให้กับส่วนนี้ทุกเดือน แต่ถ้าจะซื้อแบบไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นก็อาจจะทำให้รายจ่ายของคุณบานปลายได้ เพราะในซุปเปอร์มาร์เกตมักจะมีโปรโมชันลดแลกแจกแถมอยู่ตลอดเวลา ยิ่งทำให้คุณอยากซื้อของมากยิ่งขึ้น ทั้งที่ของสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการและไม่ได้จำเป็นสำหรับคุณเลยสักนิด แล้วจะต้องทำอย่างไรในการควบคุมรายจ่ายในส่วนนี้ เรามีคำแนะนำมาฝาก

1. ใช้บัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

วิธีหนึ่งที่คนมักมองข้าม แต่ง่ายในการลดค่าใช้จ่าย คือการใช้บัตรเครดิตที่เหมาะสำหรับการซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งหากคุณใช้บัตรเครดิตที่ร่วมรายการกับซุปเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ คุณจะสามารถได้รับสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต ที่คุณจะไม่ได้จากการซื้อของด้วยเงินสด ไม่ว่าจะเป็นส่วดลดพิเศษ แต้มสะสมพิเศษ x2 หรือเครดิตเงินคืนเข้าสู่บัตรเครดิต

2. ตั้งงบประมาณ

คุณลองคำนวณรายจ่ายที่ใช้ไปกับการซื้อของคร่าว ๆ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หากคุณคิดว่างบประมาณในการเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตของคุณมากเกินไป และมันส่งผลกระทบต่องบประมาณด้านอื่น ๆ ของคุณ สิ่งที่คุณต้องทำคือจำกัดงบประมาณ และพยายามซื้อของเข้าบ้านอย่าให้เกินงบประมาณส่วนนี้

3. ตรวจสอบของที่บ้านก่อน

การซื้อของที่คุณมีอยู่แล้วที่บ้านอาจทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุ ดังนั้นก่อนจะออกไปซื้อของใช้เข้าบ้าน คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณมีของใช้อะไรเหลืออยู่ในบ้านบ้าง คุณจะได้ไม่ต้องซื้อของมาซ้ำกันกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว

4. วางแผนเรื่องมื้ออาหารของคุณ

คุณควรวางแผนเรื่องมื้ออาหารของคุณ ว่าแต่ละมื้อในสัปดาห์นั้นคุณจะทำอาหารอะไรทานบ้างในแต่ละวัน เพื่อเป็นการตีกรอบการซื้อวัตถุดิบให้แคบลง และทำให้คุณเสียเงินในการซื้อวิตถุดิบในการทำอาหารน้อยลง และที่สำคัญทำให้คุณใช้วัตถุดิบได้อย่างคุ้มค่า ไม่เหลือค้างให้เน่าเสียคาตู้เย็นอีกด้วยนะคะ

5. ลิสต์รายการที่จะซื้อ

เมื่อคุณวางแผนว่าจะรับประทานอาหารอะไรในแต่ละมื้อแล้ว ก็จะทำให้คุณรู้ได้ว่าคุณต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง ให้คุณจดรายการสิ่งของหรือวัตถุดิบและซื้อของตามรายการนั้น เพราะการช็อปปิ้งจากลิสต์รายการที่คุณจดไว้ จะช่วยลดการซื้อของที่ไม่จำเป็นได้ และยังทำให้คุณมั่นใจได้ด้วยว่าคุณจะไม่ลืมซื้อสินค้าบางอย่างไป เพราะหากคุณลืมซื้อของบางอย่าง คุณอาจจะต้องใช้เวลาเดินทางไปซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกครั้ง ซึ่งแบบนี้มันทำให้คุณทั้งเสียเวลาและเสียเงินจากการเดินทางเพิ่มขึ้นอีกด้วย

6. ซื้อของตามรายการลดราคาของซุปเปอร์มาร์เก็ต

ซุปเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่จะมีรายการสินค้าที่ลดราคาทุก ๆ สัปดาห์แจกให้คุณที่หน้าร้าน (หรือบางทีคุณอาจจะเข้าไปหาดูในเว็บไซต์ของซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้น ๆ ก็ได้ค่ะ) และรายการสินค้าเหล่านี้แหละค่ะที่เป็นประโยชน์มาก สำหรับคนที่ต้องการประหยัดงบประมาณในส่วนนี้ เพราะโดยปกติแล้วรายการสินค้าที่นำเสนอส่วนใหญ่จะลดราคา เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้าร้านค่ะ


7. ใช้คูปองส่วนลด

ไม่ว่าคูปองที่คุณได้จะตัดมาจากหนังสือพิมพ์หรือดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต แต่คูปองก็เป็นวิธีที่ง่ายในการหาส่วนลดสำหรับสิ่งของที่คุณกำลังจะซื้ออยู่นะคะ อย่างไรก็ตาม เราแนะนำว่าคุณอย่าเอาคูปองไปแลกกับสิ่งของที่คุณไม่ได้ใช้เป็นอันขาด เพราะนอกจากจะกลายเป็นว่าคูปองไม่มีประโยชน์แล้ว คุณยังจะนำขยะอีกชิ้นเข้าบ้านไปเสียเปล่า ๆ ค่ะ

8. เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ

ซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่ละที่มักจะมีส่วนลดที่แตกต่างกัน ทั้งนี้หากคุณลองเปรียบเทียบราคาจากหลาย ๆ ที่ คุณจะเห็นได้ว่าข้อเสนอของซุปเปอร์มาร์เก็ตเจ้าไหนที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามก็อย่าชะล่าใจไปนะคะ เพราะเจ้าอื่น ๆ ที่ถูกกว่าก็ยังมีอีกได้เรื่อย ๆ ดังนั้นคุณควรติดตามเปรียบเทียบราคาของสินค้าต่าง ๆ ของแต่ละเจ้าอยู่เสมอ เพื่อหาว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตเจ้าใดเสนอข้อเสนอที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคุณในสัปดาห์นั้น ๆ ค่ะ

จะเห็นได้ว่าการประหยัดเงินจากการซื้อของชำเข้าบ้าน เพียงแค่สละเวลานิดหน่อยในการวางแผนเพียงเท่านั้น ก็สามารถช่วยให้คุณประหยัดเงินเพิ่มขึ้นได้แล้วค่ะ ทำให้การเสียเวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ ถือเป็นการเสียสละที่คุ้มค่านะคะ

 

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!