ขรก. ลูกจ้างฯเฮลั่น ! ขยายเวลายืนยันสิทธิเบิกรักษาพยาบาลถึง 31 ก.ค. นี้

ขรก. ลูกจ้างฯเฮลั่น ! ขยายเวลายืนยันสิทธิเบิกรักษาพยาบาลถึง 31 ก.ค. นี้
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

กรมบัญชีกลาง ขยายเวลายืนยันข้อมูลตนเองและครอบครัวเพื่อรักษาสิทธิการเบิกค่ารักษาพยาบาลเพิ่มอีก 1 เดือน จากเดิมหมดเขต 30 มิ.ย. เป็น 31 ก.ค. 2560

รายงานข่าวเปิดเผยว่า น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชี ได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยราชการทุกแห่ง เรื่องการขยายระยะเวลาให้ข้าราชการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลของตนเองและบุคคลในครอบครัวผ่านระบบของกรมบัญชีกลางให้แล้วเสร็จจากเดิมภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2560 เป็นวันที่ 31 ก.ค. 2560

โดยที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางแจ้งให้ส่วนราชการประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิ (ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ) ตรวจสอบข้อมูลของตนเองและบุคคลในครอบครัวที่ได้บันทึกไว้ในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงระบบการเบิกจ่ายตรง และพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวต่อไป

ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ด้วยตนเอง ผ่าน “ระบบการยื่นขอรับ บำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์” ในเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง  http://pws.cgd.go.th/EFiling  ซึ่งหากเป็นการเข้าใช้งานเป็นครั้งแรก จะต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับรหัสผ่าน (Password) ในการเข้าใช้งานก่อน หลังจากได้รับรหัสผ่านเรียบร้อยแล้ว จึงจะสามารถเข้าสู่ระบบโดยกรอกรหัสผู้ใช้ คือ เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และรหัสผ่านที่ได้รับจากการลงทะเบียน

สำหรับการตรวจสอบ ให้เลือกที่หัวข้อ “ตรวจสอบทะเบียนประวัติ” ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี คือ

1. กรณีที่ข้อมูลของตนเองหรือบุคคลในครอบครัวไม่ถูกต้องหรือต้องการแก้ไขเพิ่มเติม ให้พิมพ์ แบบคำขอ เพิ่ม/ปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ (แบบ 7127) นำมากรอกรายละเอียดต่างๆ ที่ต้องการแก้ไข พร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องแล้ว และนำไปยื่นแก่นายทะเบียนส่วนราชการต้นสังกัด ภายในวันที่ 31 ก.ค. 2560

กรณีที่ 2. กรณีที่ข้อมูลของตนเอง และบุคคลในครอบครัวมีความถูกต้อง ครบถ้วน มีสถานะสมบูรณ์ และไม่ต้องการแก้ไขข้อมูลใดๆ ขอให้กดปุ่ม ถูกต้อง เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล และข้อมูลดังกล่าวจะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ เพื่อนำไปใช้งานต่อไป

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางจะกำกับดูแลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลไม่ให้เพิ่มขึ้นเพราะเกิดจาการรั่วไหล หรือ เบิกจ่ายค่ารักษาเกินความจำเป็น โดยจะมีการทำบัตรรักษาพยาบาลข้าราชการ และจะเริ่มใช้เดือน ต.ค. 2560 ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลการรักษาทั้งหมดทั่วประเทศ สำหรับเรื่องการให้บริษัทประกันเข้ามาบริหารค่ารักษาพยาบาลข้าราชการยังอยู่ระหว่างการศึกษาและทำความเข้าใจกับหลายฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!