ผนึกกำลัง !เพิ่มสถานพยาบาลเกือบ 2 หมื่นแห่งทั่วปท. ไม่ต้องสำรองจ่าย

ผนึกกำลัง !เพิ่มสถานพยาบาลเกือบ 2 หมื่นแห่งทั่วปท. ไม่ต้องสำรองจ่าย
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

ทำฟัน ไม่ต้องสำรองจ่าย

3 กระทรวง จับมือให้บริการกรณีทันตกรรมแก่ผู้ประกันตน โดยไม่ต้องสำรองจ่ายทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 ก.ค. 60 เพิ่มสถานพยาบาลของรัฐกว่า 19,000 แห่ง และสถานพยาบาล คลีนิกเอกชนอีก 841 แห่งทั่วประเทศ รองรับการให้บริการแก่ผู้ประกันตน

กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม เผย“แรงงาน-สาธารณสุข-กลาโหม”จับมือร่วมกันบูรณาการให้บริการทางการแพทย์กรณีทันตกรรมแก่ผู้ประกันตน โดยไม่ต้องสำรองจ่าย เพิ่มสถานพยาบาลของรัฐกว่า 19,000 แห่ง รองรับการให้บริการแก่ผู้ประกันตน ดีเดย์ 1 ก.ค. 60 ทั่วประเทศ สอดรับกับ Thailand 4.0 ของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานรัฐนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ให้บริการเพื่อสร้างประโยชน์-คืนความสุขให้ประชาชน

นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตามที่สำนักงานประกันสังคมเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีทันตกรรมให้ผู้ประกันตน (อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด) ในอัตราเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 900 บาทต่อรายต่อปี โดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้าในสถานพยาบาลที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 จนถึงขณะนี้ มีสถานพยาบาลเอกชนและคลินิกทันตกรรมทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมแล้ว 841 แห่งทั่วประเทศ ผู้ประกันตนสามารถสังเกตป้ายสติ๊กเกอร์ที่ระบุ “สถานพยาบาลแห่งนี้ให้บริการผู้ประกันตนกรณีทันตกรรม ทำฟัน ไม่ต้องสำรองจ่าย”เพื่อเข้ารับบริการได้ทันที

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือการให้บริการทางการแพทย์ กรณีทันตกรรมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม และโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ซึ่งมีผลให้ผู้ประกันตนสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 จึงมีสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน ที่พร้อมให้บริการกรณีทันตกรรมแก่ผู้ประกันตนโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอทั่วประเทศ และในอนาคตจะมีสถานพยาบาลเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเข้ารับบริการกรณีทันตกรรม ผู้ประกันตนสามารถทำได้โดยการตรวจสอบสิทธิ โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อให้สถานพยาบาลในความตกลงตรวจสอบสิทธิผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมก่อนการให้บริการทันตกรรม

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวในตอนท้ายว่า การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม และโรงพยาบาลทหารผ่านศึกแสดงให้เห็นถึงความพร้อม และเจตจำนงในการพัฒนาระบบการให้บริการทางการแพทย์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตน ตามนโยบายของ พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และสอดรับนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยราชการนำเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ให้บริการกับประชาชนลดขั้นตอน ระยะเวลาและค่าใช้จ่าย ป้องกันการทุจริต เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ทั้งยังสนองนโยบาย Zero Corruption เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนไปสู่ Thailand 4.0

ทั้งนี้ การให้บริการกรณีทันตกรรมของ สำนักงานประกันสังคม ขณะนี้ระบบมีความพร้อมในการให้บริการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจึงถือเป็นภารกิจหลักของสำนักงานประกันสังคม และเป็นการคืนความสุขให้กับผู้ประกันตนตามนโยบายรัฐบาลที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับ ลูกจ้าง ผู้ประกันตน อีกทั้งเพื่อให้ได้รับบริการที่ดี และได้รับประโยชน์สูงสุด

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!