ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น62.60จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (30 มิ.ย.)ที่ 21,349.63 จุด เพิ่มขึ้น 62.60 จุด หรือ +0.29% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,140.42 จุด ลดลง 3.93 จุด หรือ -0.06% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,423.41 จุด เพิ่มขึ้น 3.71 จุด หรือ +0.15%  ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการซื้อขายในไตรมาส 2 ด้วยแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มธนาคาร รวมถึงรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่อย่างไนกี้ โดยดัชนีดาวโจนส์และ S&P500 ทำสถิติปรับตัวแข็งแกร่งที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกนับตั้งแต่ปี 2556
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวานนี้ หุ้นกลุ่มธนาคารยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขานรับการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้อนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐทั้ง 34 แห่ง สามารถเดินหน้าแผนเพิ่มการจ่ายเงินปันผล และซื้อหุ้นคืนได้ หลังจากที่ธนาคารเหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ประจำปีรอบที่ 2 ของเฟด
ดัชนีดาวโจนส์ยังได้แรงหนุนบางส่วนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นไนกี้ ซึ่งเป็นแบรนด์กีฬาชั้นนำของโลก ภายหลังจากบริษัทรายงานผลกำไรประจำไตรมาส 4 ที่ดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ บริษัทไนกี้ยังยืนยันว่าได้บรรลุข้อตกลงในการจัดจำหน่ายรองเท้าผ่านทางอเมซอน โดยรายงานข่าวดังกล่าวได้หนุนหุ้นไนกี้ อิงค์ พุ่งขึ้น 11% เมื่อคืนนี้
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ค. หลังจากพุ่งขึ้น 0.4% ทั้งในเดือนมี.ค.และเดือนเม.ย. ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนเม.ย.
ส่วนอัตราการออมของผู้บริโภคสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 5.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ลดลง 0.1% ในเดือนพ.ค.  ขณะที่ดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.1%
ส่วนมหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 95.1 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว จากระดับ 97.1 ในเดือนพ.ค. แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 94.5
ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล