วิกฤตตะวันออกกลางกดดันราคาน้ำมัน

วิกฤตตะวันออกกลางกดดันราคาน้ำมัน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

บริษัท ไทยออยล์ เผย ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังความขัดแย้งในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางอาจทำให้ข้อตกลงลดกำลังการผลิตน้ำมันไม่บรรลุผล

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์น้ำมันปิดตลาดประจำวันที่ 5 มิถุนายน 2560 น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลดลง 0.26 เหรียญ อยู่ที่ 47.40 เหรียญ น้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.48 เหรียญ มาอยู่ที่ 49.47 เหรียญ โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับการตัดสัมพันธ์ทางการทูตต่อกาตาร์จากซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิยิปต์ และบาห์เรน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อข้อตกลงลดกำลังการผลิตในและนอกกลุ่มโอเปก ที่เพิ่งขยายระยะเวลาการลดกำลังการผลิตออกไป อย่างไรก็ตาม การปิดพรมแดนระหว่างประเทศอาจจะส่งทำให้เกิดปัญหาในการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของกาตาร์  โดยล่าสุดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ยกเลิกการอนุญาตให้เรือขนส่งน้ำมันที่จะเข้า-ออกกาตาร์ผ่านน่านน้ำของประเทศแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้รับแรงกดดันจากถ้อยแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียมของซูดานใต้ที่จะทำการขุดเจาะน้ำมันดิบหลุมใหม่ 30 หลุมในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะทำให้กำลังการผลิตน้ำมันดิบของซูดานใต้ขึ้นไปแตะระดับ 350,000 บาร์เรลต่อวันภายในกลางปี 2561 นี้ โดยในปัจจุบันซูดานใต้มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบอยู่ที่ 130,000 บาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 บาร์เรลต่อวันภายในปลายปีนี้

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงหนุนจากการผลิตน้ำมันดิบของประเทศลิเบียที่ปรับตัวลดลงจาก 827,000 บาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ลงมาแตะระดับ 809,000 บาร์เรลต่อวันในสัปดาห์นี้ หลังจากมีปัญหาการผลิตและมีการปิดซ่อมบำรุง

ทั้งนี้ Standard Chatered ยังได้คาดการณ์ว่า ถึงแม้ว่าการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความต้องการใช้น้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 จะมากกว่าปริมาณการผลิตประมาณ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันและจะส่งผลทำปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกปรับตัวลดลงได้