EICเผยธุรกิจhome careผลตอบแทนสูง

EICเผยธุรกิจhome careผลตอบแทนสูง
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

EIC เผย ธุรกิจ home care ลงทุนต่ำผลตอบแทนสูงเติบโตรับสังคมผู้สูงอายุ

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) เปิดเผยบทวิเคราะห์ เรื่อง ธุรกิจ home care ดีต่อใจวัยเกษียณ ว่า ปัจจัยที่สนับสนุนธุรกิจ Home Care ได้แก่ การลงทุนที่ต่ำ แต่ผลตอบแทนสูง โดยธุรกิจมีโอกาสเติบโตจากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น โดนปัจจุบันไทยมีจำนวนผู้สูงอายุราว 11 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 16 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าภายในปี 2031 จะเพิ่มขึ้นเป็น 19 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 28  ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ  รวมถึงมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า nursing home ราวร้อยละ 10 โดย EIC พบว่าผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 90 ต้องการอาศัยอยู่ในบ้ายของตนเองหลักเกษียณ

ซึ่งรูปแบบบริการที่ได้รับความนิยม คือ การช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน ดูแลสุขภาพและพยาบาลรอบด้าน การดูแลแบบครบวงจร 

ทั้งนี้ อีไอซี มองว่า  กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลจะมีความได้เปรียบในการลงทุนมากกว่าผู้ประกอบการกลุ่มอื่น เนื่องจากโรงพยาบาลมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียง มีความรู้และประสบการณ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยอยู่แล้ว และอาจต่อยอดมาทำธุรกิจ home care ด้วย โดยนำความรู้และประสบการณ์ที่มีมาจัดอบรมผู้ดูแลให้มีความเข้าใจและมีมาตรฐานในการบริการดูแลผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจแก่ผู้สูงอายุ อีกทั้งยังสามารถพัฒนาระบบในการเชื่อมโยงข้อมูลผู้สูงอายุที่รับบริการดูแลที่บ้าน เชื่อมโยงมาสู่การรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งจะทำให้การให้บริการมีความครบวงจรมากขึ้น รวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่อง อาทิ ธุรกิจอุปกรณ์ทางการแพทย์ ธุรกิจปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ และธุรกิจวัสดุก่อสร้าง จะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของธุรกิจ home care โดยธุรกิจอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในบ้านมีแนวโน้มเติบโตตามความต้องการการดูแลของผู้สูงอายุในชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้น ส่วน ธุรกิจปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุและธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สามารถตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุที่นิยมอยู่บ้านได้ โดยการออกแบบผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงรูปแบบบ้านให้สอดคล้องกับกายภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเคลื่อนไหวและให้ผู้สูงอายุมีความปลอดภัยมากขึ้น