เริ่มต้นลงทุนเร็ว…ถึงมีเงินน้อยก็รวยได้

เริ่มต้นลงทุนเร็ว…ถึงมีเงินน้อยก็รวยได้
AomMoney

สนับสนุนเนื้อหา

ความฝันกับความเป็นจริงนั้น ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันอย่างมาก เรื่องเงินก็เป็นเรื่องหนึ่ง ที่คนเรามักจะมีความฝันว่าอยากร่ำรวย มีเงินล้าน และน่าจะเป็นเรื่องแรก ๆ ที่ทุกคนฝันเสียด้วย ซึ่งจากผลสำรวจของโครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวม พบว่า ในปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มมีการลงทุนแล้วกว่า 50% และมีความคิดว่าจะมีเงินล้านภายใน 10 ปีข้างหน้า สูงถึง 90% เลยทีเดียวครับ ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายอันดีเลยทีเดียวครับที่หลาย ๆ คนคิดแบบนี้ แต่ก็ยังคงมีคนที่สะดุดกับความเป็นจริงและไปไม่ถึงฝั่งเสมอ เพราะการที่เราจะไปถึงจุดนั้นน้อยคนที่จะทำงานเก็บเงินอย่างเดียวเพื่อจะมีเงินล้าน

ผมเชื่อว่า เราต้องยอมรับความจริงก่อนว่าการเก็บเงินในออมทรัพย์ธรรมดานั้น ไม่น่าจะใช่ทางที่ถูกต้องเสียเท่าไหร่ และต้องใช้เวลานานมาก กว่าจะมีเงินล้าน ซึ่งเราต้องการให้เงินออมทำงานแทนเราบางส่วนเพื่อที่จะสามารถที่จะมีเงินล้านได้เร็วขึ้น เว้นเสียแต่คนที่มีรายได้ที่มากพอ เช่น มีเงินเดือน 1-2 แสนบาทต่อเดือน

ดังนั้น ถ้าเราเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่มีเงินเก็บไม่มาก และอยากที่จะมีความมั่งคั่งเพิ่มมากขึ้น ก็แน่นอนว่า ต้องเข้าใจเรื่องเงินมากขึ้น และต้องให้การลงทุนมาช่วย

ก่อนอื่น คงต้องมาสำรวจตนเองก่อนว่า เราสามารถที่จะหารายได้ ได้เท่าไหร่ต่อเดือน เหลือกิน เหลือเก็บเท่าไหร่ และเรามาเข้าใจกันก่อนนะครับ ว่าจริง ๆ แล้ว การเก็บเงินล้านนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะมีเงินล้านได้ต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดี และต้องให้เวลาอย่างมาก รวมถึงต้องรับความเสี่ยงที่จะมากขึ้น จากการลงทุนให้ได้อีกด้วย

แน่นอนว่า ถ้ายังไม่มั่นใจในการลงทุนโดยตรงกับ สินทรัพย์เสี่ยงจากหุ้น นักลงทุนเองก็ควรจะเริ่มต้นจาก สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือ สินทรัพย์ที่มีการกระจายความเสี่ยงก่อน เช่น กองทุนหุ้น แล้วค่อย ๆ ขยับการลงทุนเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่ว่า การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเองนักลงทุนก็ต้องใช้เวลาในการติดตามการลงทุนด้วย


ซึ่งจากผลโพลที่เกิดขึ้น ผมค่อนข้างรู้สึกดีที่ นักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มต้นจากการลงทุนในกองทุนก่อนจึงขยับไปลงทุนในหุ้น ไม่เหมือนกับสมัยก่อนที่นักลงทุนหน้าใหม่จะเริ่มจากการลงทุนในหุ้นโดยตรงเลยซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่ามากครับ

a2

แต่จุดที่เป็นประเด็นคือ เหตุผลที่คนส่วนใหญ่นั้น ไม่ค่อยคิดจะเริ่มต้นลงทุนเสียเท่าไหร่ คือกำลังศึกษาข้อมูล ทั้ง ๆ ที่ศึกษาข้อมูลกันมากมาย แต่ไม่กล้าลงทุน ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่า ขาดความมั่นใจในตอนเริ่ม หรือ ไม่ได้มีคนมาแนะนำอย่างใกล้ชิดนั่นเอง แต่ผมอยากจะบอกว่า การเริ่มต้นนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เนื่องจากเงินลงทุนเริ่มต้นกับกองทุนนั้น ไม่ได้ใช้เงินที่มากมายแต่อย่างใด เริ่มต้นลงทุนได้ตั้งแต่ 1 บาท เลยครับ (มีบางกองทุนเขียนขั้นต่ำไว้ว่า “ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน” เสียด้วยซ้ำครับ

 a3

แต่การเริ่มต้นที่ดีคือ การจัดสรรเงินเพื่อการลงทุนมากกว่าครับ เพราะว่าเป็นเรื่องสำคัญเกือบจะที่สุดของการวางแผนการเงินเพื่อการลงทุน

ซึ่งส่วนวิธีการแบ่งเงินมาลงทุนที่เป็นเรื่องสำคัญนั้น จากผลสำรวจฯ ผมยังเห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 40% ซึ่งก็ถือว่าเกือบครึ่งหนึ่ง ยังคงมีการลงทุนในวิธีที่ไม่ดีเท่าที่ควร คือ มีเงินเหลือ หรือมีเงินก้อนก่อนแล้วค่อยลงทุนทีเดียว โดยเฉพาะ พนักงานเงินเดือน การที่จะมีเงินก้อนได้เราต้องรอโบนัส ถูกลอตเตอรี่ ได้เงินพิเศษจากบริษัท ฯลฯ ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นก็ทำให้เราเสียงโอกาสที่จะทำให้เงินงอกเงยไปแล้วครับ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดของพนักงานเงินเดือนทั่วไป คือ วิธีการทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะเป็นวิธีที่เหมาะแล้ว ก็ยังเป็นวิธีที่ช่วยเรื่องความเสี่ยงของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างกองทุนหุ้น ให้ความเสี่ยงลดลงไปได้ในตัวอีกด้วยครับ

ยกตัวอย่างครับ หากเราต้องการเงินล้าน ด้วยการเก็บเงินเดือนละ 5,000 บาท จากนั้นนำไปลงทุนในกองทุนหุ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะให้ผลตอบแทนประมาณ 10-12% ต่อปี บางปีอาจจะเห็นการขาดทุนได้ประมาณ -40% เลยทีเดียว แต่ในทางกลับกัน บางปีก็อาจจะได้ผลตอบแทนเป็น 100% เช่นกัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 10-12% ต่อปี หากเราลงทุนระยะยาวได้ (อย่างน้อย ๆ ก็ต้อง 5-7 ปีขึ้นไป) เพราะว่าระยะสั้น การลงทุนในกองทุนหุ้นนั้น ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากทีเดียวครับ

แต่ก็อย่าเพิ่งกลัวกันไปนะครับ ถ้าเราลงทุนกับกองทุนหุ้นได้ประมาณ 5-7 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงก็จะลดลงมาก ๆ เลยครับ เนื่องจากว่าครบรอบวัฏจักรของเศรษฐกิจที่มีขึ้น มีลงไปแล้วนั่นเอง หากกองทุนที่เราเลือกนั้น ได้ทำการเลือกลงทุนกับบริษัทที่แข็งแรงแล้วละก็ รับรองว่า ผลตอบแทนหลังจากผ่านภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย จะให้ผลตอบแทนที่ดีอย่างแน่นอน

a4


จากตาราง เราจะเห็นว่าเงินล้านนั้นจะได้มาในปีที่ 10 ที่เราลงทุนไปครับ เห็นไหมว่า ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เห็นอย่างนี้ก็อย่าเพิ่งหมดหวังกันนะครับ เพราะอย่าลืมว่า เงินเดือนเราคงไม่ได้อยู่เท่าเดิมตลอด ถ้าเราเป็นพนักงานที่ดีของบริษัทฯ ก็น่าจะได้โบนัส กับ ได้รายได้เพิ่มจากการขึ้นเงินเดือน (รึเปล่าหว่า ?) เอาเป็นว่า ตั้งใจทำงานให้ดี รับรองมีแต่สิงดี ๆ เข้ามาครับ

ถ้าเราลองปรับเงินลงทุนให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น แถมมีการลงทุนด้วยเงินโบนัสที่ได้มา ผมรับรองเลยว่า จะเก็บเงินล้านได้เร็วขึ้นกว่าเดิม อย่างน้อย ๆ ก็ 1-3 ปี ขึ้นกับความมีวินัยของเรา จากประสบการณ์แล้วคนส่วนใหญ่จะได้เห็นเงินล้าน (หากมีความตั้งใจ) ก็น่าจะประมาณปีที่ 7-8 ของการลงทุนอย่างตั้งใจและมีวินัยครับ ดังนั้น อย่าเพิ่งท้อใจไปเสียก่อนนะครับ

จากที่ผมได้เล่ามา จะเห็นว่าการหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง ๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็นพอสมควร แต่บางครั้งการที่เราเสี่ยงมากไป อาจจะทำให้เราไม่สบายใจ หรือ เครียดมากขึ้นจากการลงทุนก็เป็นไปได้ ทำงานไปอาจจะไม่มีความสุขเท่าไหร่ ซึ่งผมมีทางออกให้ 2 วิธี ซึ่งจะช่วยเราในเรื่องนี้ได้คือ

การควบคุมความเสี่ยงโดยการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ๆ ไปด้วย เช่น ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือ กองทุนที่เป็นกองทุนผสม ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงลงได้

ซึ่งถ้าเรามีการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์อื่น ๆ ด้วย ผลตอบแทนที่ได้ก็อาจจะลดลงไปบ้างครับ (อยู่ราว ๆ 8-10% ต่อปี ขึ้นกับความเสี่ยงที่รับได้) แต่ผมก็เชื่อว่าถ้าเราทำได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มเงินลงทุนอย่างเหมาะสม ผมรับรองว่าเงินล้านไม่หนีไปไหนแน่ ๆ และใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิดครับ

หันมา ลงทุนง่าย ๆ เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อเงิน 1 ล้าน และ เพิ่มขึ้นเป็นอีกหลาย 10 ล้าน ในอนาคตกันนะครับ

การทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดือนละ 1 ครั้ง แน่นอนว่า ข้อดีของการลงทุนแบบทยอยลงทุนทุกเดือนนั้น ก็คือ จะช่วยลดความเสี่ยงของการลงทุนในกองทุนหุ้นได้ครับ

เนื่องจากว่า วิธีการนี้จะเป็นการสะสมหุ้นที่ดี (ที่ผู้จัดการกองทุนเป็นผู้เลือกลงทุน) ได้ในปริมาณมากในยามที่หุ้นยังมีราคาไม่แพง และสะสมหุ้นที่ดี ได้ในปริมาณน้อยลง หากมีการปรับตัวของราคาหุ้นที่สูงขึ้น ทำให้เราได้หน่วยลงทุนของกองทุนหุ้นที่ราคาไม่แพงเกินไป ในระยะยาว เมื่อหุ้นของบริษัทที่ดี ๆ เหล่านั้นเติบโตได้ในระยะยาว ผ่านวิกฤต ผ่านช่วงที่มีปัญหามาได้ ก็จะทำให้เราได้ผลตอบแทนที่ดีครับ และไม่ต้องไปนั่งเครียดจับจังหวะการลงทุนเองอีกด้วย แค่เรามีวินัยในการออมเท่านั้นเองครับ

 a5

ถ้าเราลงทุนด้วยการนำ 2 วิธีนี้มาใช้ ผมรับรองเลยว่า ความไม่แน่นอนจากการลงทุนจะไม่สูงเกินไป แถมยังสามารถมีเงินล้านได้อย่างไม่ยากเกินไปที่จะฝันถึง

 a6

ผมจึงขอชวนทุกคนที่ทำงานอย่างตั้งใจ อยู่ใน ณ ตอนนี้ หันมาลงทุนง่าย ๆ เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อเงิน 1 ล้าน และ เพิ่มขึ้นเป็นอีกหลาย 10 ล้าน ในอนาคตกันนะครับ ผมเชื่อว่าวิธีนี้จะเหมาะกับใครหลาย ๆ คนที่รายได้ไม่สูง แต่อยากสร้างความมั่นคง มั่งคั่งใหักับตนเองในอนาคตอย่างแน่นอนครับ

 

วันนี้ผมขอลาไปก่อน ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการลงทุนนะครับ ^_^

 

*อ้างอิงจากผลตอบแทนกองทุนรวมหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ณ 31 ต.ค. 59 เท่ากับ 11.16% ต่อปี

**ข้อมูลผลสำรวจจากโครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวม ตลาดหลักทรัพทย์แห่งประเทศไทย จากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,608 คน

n1

Dr. Nut