ไฟเขียว! แปรรูป ปตท. ยก”น้ำมัน-ค้าปลีก” ระดมทุนในตลาดหุ้น

ไฟเขียว! แปรรูป ปตท. ยก”น้ำมัน-ค้าปลีก” ระดมทุนในตลาดหุ้น
Spring News

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ถือหุ้น ปตท. เห็นชอบแผนการปรับโครงสร้างที่แยก “น้ำมัน-ค้าปลีก”ออกมาตั้งบริษัท เพื่อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์


นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของ ปตท. มีมติอนุมัติการปรับโครงสร้าง ปตท. ซึ่งประกอบด้วย การโอนกิจการของหน่วยธุรกิจน้ำมัน ค้าปลีก รวมถึงสินทรัพย์และหนี้สินของหน่วยธุรกิจดังกล่าว ตลอดจนหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องไปให้แก่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ PTTOR


ทั้งนี้ มีแนวโน้มว่าโอนทรัพย์สินและหนี้สินหน่วยธุรกิจน้ำมันของปตท.ให้ PTTOR ไม่น่าจะเสร็จทันเดือนก.ค.2560 เพราะจะต้องทบทวนมูลค่าการโอนกิจการใหม่อีกครั้ง จากเดิมที่บริษัทที่ปรึกษาฯได้กำหนดไว้ว่า มูลค่าการโอนกิจการหน่วยธุรกิจน้ำมันปตท. ที่จะตกประมาณ 121,952.7 ล้านบาท

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังมีมติ รับทราบความเป็นไปได้ของแผนการเสนอขายหุ้นสามัญของ PTTOR จำนวนไม่เกินร้อยละ 55 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว โดยจะเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในสัดส่วนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 รวมถึงการเสนอขายหุ้นสามัญของ PTTOR ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ ปตท. ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้น แต่จะไม่เสนอขายให้ผู้ถือหุ้น ที่ทำให้ PTTOR มีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 5 ของหุ้นสามัญของ PTTOR ที่เสนอขาย และจะนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดบปตท.จะคงนโยบายการถือหุ้นไว้ในสัดส่วน 45%


อย่างไรก็ตาม บริษัท PTTOR จะเข้าสู่กระบวนการรับโอนกิจการก็ต่อเมื่อ ปตท. ได้รับการอนุมัติและ/หรือความเห็นชอบที่จำเป็นสำหรับการปรับโครงสร้าง ปตท. จากส่วนราชการและ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป คือ การทำ IPO และการนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ


ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ปตท.ได้มีมติเห็นชอบจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2559 ที่อัตรา 16 บาทต่อหุ้น โดย ปตท.ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในครึ่งแรกของปี 2559 ไปแล้วที่อัตรา 6 บาทต่อหุ้น ในครึ่งหลังจึงจ่ายในอัตรา 10 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 49% ของกำไรสุทธิในงบการเงินรวม โดยเงินปันผลตอบแทนคิดเป็น ร้อยละ 4.3 โดยในปี 2559 ปตท. ได้จ่ายเงินปันผลให้กับกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในสัดส่วน 51.11% คิดเป็นเงินกว่า 23,000 ล้านบาทซึ่ งสะท้อนการจ่ายเงินปันผลของ ปตท.ที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

ทั้งนี้ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้รับทราบมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่เห็นชอบว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจของ ปตท. ครั้งนี้ จะไม่มีผลกระทบต่อระดับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐบาลเพื่อคัดค้าการแปรรูปบริษัท ปตท.อีกรอบ โดยระบุว่า พลังงานเป็นเรื่องความ มั่นคงของประเทศ และระบบเศรษฐกิจ ปตท.ยังเป็นรัฐวิสาหกิจที่คลังถือหุ้นเกิน 50% มีส่วนสำคัญในการจัดการพลังงาน และทรัพย์สินของชาติแทนภาครัฐการปรับโครงสร้างองค์กรดังกล่าว ทำให้ทรัพย์สินของชาติต้องสูญหายไป และส่งผลกระทบ ในวงกว้างต่อประชาชน สตง.จึงขอให้คลัง กระทรวงพลังงาน และสคร.ทบทวนการปรับโครงสร้างครั้งนี้ รวมถึงโครงสร้างธุรกิจที่แล้วมาของปตท. ที่ปตท.ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ให้ถือหุ้นเกิน 50%