''อี๊ด-โปงลางสะออน'' เส้นทาง ''การงาน-การออม'' ที่มาไกลเกินฝัน

''อี๊ด-โปงลางสะออน'' เส้นทาง ''การงาน-การออม'' ที่มาไกลเกินฝัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
อี๊ด หรือสมพงษ์ คุนาประถมศิลปินชื่อดังแห่งวงดนตรีอีสานสุดฮอต โปงลางสะออน ปัจจุบันอายุ 31 ปี ขณะที่เจ้าตัวกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่าที่เห็นอายุใบหน้าปาเข้าไป 45 ปี เพราะหน้ามันทรยศอายุ

แม้จะเป็นศิลปินผู้ร่ำรวยอารมณ์ขัน แต่ก็จริงจังกับการออมเงิน ที่สำคัญคือ เป็นคนที่มีนิสัยไม่ฟุ่มเฟือย เรียกได้ว่าทำมาหาเก็บเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยรายจ่ายประจำที่มีปัจจุบันคือ ส่งเสียน้องเรียนหนังสือ และค่าใช้จ่ายของบุพการี ขณะที่มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เป็นเงินก้อนใหญ่ คือ การตกแต่งบ้านเมื่อปีกลายนี้เอง

สำหรับช่องทางการเก็บออมเจ้าตัวเล่าว่า ส่วนใหญ่จะฝากธนาคารพาณิชย์ และมีบ้างที่ลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ตลอดจนการทำประกันชีวิต

ผมทำประกันไว้มากพอสมควร เรียกได้ว่าทำเกือบครบก็ว่าได้ ทั้งแบบการออมระยะยาว 10 -20 ปี ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังทำประกันชีวิตให้น้อง และพ่อแม่ด้วย

ส่วนการออม และการลงทุนช่องทางอื่น อี๊ดบอกว่า มีเพื่อนๆในวงการแนะนำเหมือนกัน ไม่ว่าจะการซื้อที่ดิน คอนโดมิเนียม ทั้งเพื่อการลงทุนระยะยาวและเก็งกำไร โดยเจ้าตัวบอกว่าก่อนหน้านี้ มีแผนจะซื้อที่ดินในต่างจังหวัด ประมาณ 40-50 ไร่ และราคาไม่แพง เพียงไร่ละประมาณ 4,000-5,000 บาทเท่านั้น แต่จากพิษเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้โครงการลงทุนชะลอออกไปหลายโครงการ

ผมจะไม่ลงทุนหรือทำอะไรที่เราไม่มั่นใจ ทำให้ตอนนี้จึงเน้นที่อาชีพหลัก คือ อาชีพนักร้อง

ขณะที่อี๊ด ยอมรับว่า ณ วันนี้ เขามาไกลเกินฝัน ทั้งการเก็บออมเงินและการงาน

ผมพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ปัจจุบัน แต่ก็ไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ และยังอยากจะรักษาโอกาสนี้เอาไว้ให้นานๆโดยการต่อยอดวงดนตรีโปงลางสะออน เพื่อให้บรรลุตามแผนที่วางไว้

อี๊ดกล่าวถึงการทำธุรกิจส่วนตัวว่า สำหรับโครงการแรก คือ ธุรกิจศูนย์กลางการจำหน่ายเครื่องดนตรีอีสานครบวงจร ในกรุงเทพฯ ซึ่งจะรวมทั้งการสอนด้านดนตรี และสอนเต้นรำ รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจด้วยการสร้างแบรนด์ ที่จดลิขสิทธิ์เป็นของตนเอง โดยปีนี้ได้ดำเนินการขอลิขสิทธิ์ แบรนด์ โปงลางสะออนไว้แล้ว

ส่วนโครงการลงทุนที่สอง คือ โรงเบียร์ ที่สามารถจุคนได้หลายพันคน สามารถจัดเป็นสถานที่แสดงคอนเสิร์ตของเหล่าศิลปินหน้าใหม่ ก่อนออกอัลบั้มจริง 1-2 เดือน พร้อมทั้งจัดให้เป็นสถานที่ซ้อมการแสดงของเหล่านักเต้นหรือแดนเซอร์จากค่ายอาร์เอส ก่อนที่จะขึ้นเวทีจริง ความคืบหน้าของโครงการดังกล่าว ล่าสุดได้ปรึกษากับ เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ แล้ว โดยจะเป็นการลงทุนร่วมกัน

แผนเหล่านี้ คือ โครงการลงทุนล่วงหน้า 2-3 ปี เพื่ออนาคตของสมาชิกวงโปงลางสะออน ร่วม 30 ชีวิต ที่เราต้องรับผิดชอบ และส่วนใหญ่พวกเขายังไม่แข็งแรงพอที่เดินต่อเองได้ ที่สำคัญคือเขายังไม่รู้จักเก็บออม เราจึงต้องช่วยเขาด้วย

อี๊ดบอกว่า เขาสอนให้สมาชิกในวงรู้จักแบ่งรายได้เป็นสัดส่วน เช่น ค่าใช้จ่าย เงินออม และภาระที่ต้องส่งเสียให้ทางบ้าน

ผมเองนั้นมีรายได้ตั้งแต่สมัยเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 120 บาท โดยไม่ขอเงินจากทางบ้านเลย ต่อมาเมื่อเรียนระดับปริญญาตรีที่กรุงเทพฯก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ โดยจะของานรุ่นพี่ทำ ทั้งการสอนพิเศษช่วงเสาร์-อาทิตย์ งานแสดงทัวร์คอนเสิร์ตกับวงดนตรีของบานเย็น รากแก่น เป็นต้น

จากรายได้ที่กล่าวข้างต้นทำให้อี๊ด กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า ช่วงเรียนหนังสือ ทำให้เขาไม่ได้ขอเงินจากทางบ้านเลย มิหนำซ้ำกลับมีเงินเหลือใช้ส่งให้ทางบ้านอีกด้วย

ตอนเรียนระดับปริญญาตรีที่กรุงเทพ 2 ปีแรก ผมมีเงินเก็บแล้ว 60,000 บาท และยังนำเงินไปต่อยอดโดยลงทุนซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ทำโปรแกรมดนตรี เป็นเงิน 48,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 20,000 บาท เก็บไว้ไม่ทุ่มจนหมดตัว

อี๊ด กล่าวทิ้งท้าย เกี่ยวกับการออมว่า ถือเป็นส่วนสำคัญของชีวิต และการออมยังหมายถึงวาระของชีวิต หรืออนาคตของเรานั่นเอง

หากมีเงินก็จะไม่เดือดร้อน และหากมีเงินแต่ไม่รู้จักเก็บออม มีเท่าไหร่ก็ใช้ไปวันๆพอนานไปคุณภาพชีวิตของเราก็ไม่ดีขึ้น โดยแต่ละคนไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบการออมที่เหมือนกัน สำหรับผมสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ยึดหลักจากไหน แต่มาจากประสบการณ์ชีวิตทั้งนั้น เพราะบ้านก็ไม่ได้ร่ำรวยค่อนข้างมีฐานะยากจนก็ว่าได้ จึงทำให้ในหัวคิดอยากจะมีเงินให้ได้นั่นเอง

นั่นคือ สาระชีวิต ของศิลปินหน้าทะเล้น .....อี๊ด-โปงลางสะออน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล