“ค้าปลีก” ระอุ! แบรนด์ดัง เปิดแนวรบ ทุ่มหมื่นล้านขยายสาขา

“ค้าปลีก” ระอุ! แบรนด์ดัง เปิดแนวรบ ทุ่มหมื่นล้านขยายสาขา
Spring News

สนับสนุนเนื้อหา

ค้าปลีกไซซ์เล็กแข่งดุ “ท็อปส์” ซุ่มเปิดโมเดลพรีเมียมและ “คอฟฟี่ บาย ท็อปส์” เสริมแกร่ง ด้าน “แฟมิลี่มาร์ท” เพิ่มสาขา 2 เท่าตัว ดึงทัพสินค้ามัทสึโมโตะขึ้นเชลฟ์ ฟาก“เซเว่นฯ” ทุ่มหมื่นล้านขยายอีก 700 แห่ง

จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมใช้บริการร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ส่งผลให้เซ็กเมนต์นี้มีการขยายตัวมากกว่า 1,000 แห่งต่อปี ปัจจุบันมีสาขารวมเกือบ 2 หมื่นแห่ง จากผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่กี่ราย ที่ชิงความเป็น 1 ไม่ได้อยู่ที่ทำเลอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะตอบโจทย์ได้โดนใจ แบรนด์ที่มีสาขาน้อยก็สามารถเบียดมาเป็นผู้นำตลาดได้เช่นกัน

นางสาวภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัลฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารร้านท็อปส์ เดลี่ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าแผนปีนี้ท็อปส์ เดลี่ จะขยายเพิ่มอีก 24 แห่ง รวมกับสาขาเดิมส่งผลให้สิ้นปีมีสาขารวม 80 แห่ง แต่บริษัทก็ยังเดินหน้าสร้างจุดแข็งอย่างต่อเนื่องหลังเปิดให้บริการร้านท็อปส์ เดลี่ รูปแบบพรีเมียม สาขาแรกที่อโศกเมื่อปลายปีที่แล้ว เน้นสินค้านำเข้า มีวาไรตีและมีครัวเพื่อปรุงอาหารสดพร้อมทาน ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก จึงขยายสาขา 2 และ 3 ที่สุขุมวิท 101/1 และลาดกระบังในเดือนมีนาคมนี้

นอกจากนี้ยังเปิดตัวร้านกาแฟสดพร้อมดื่มแบรนด์ใหม่ “คอฟฟี่ บาย ท็อปส์” ในรูปแบบช็อป อิน ช็อปและคอร์เนอร์ภายในร้านท็อปส์

เดลี่เพื่อให้บริการครบวงจรยิ่งขึ้น เน้นสาขาที่ตั้งอยู่ในอาคารสำนักงานและแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมี 14 แห่ง ทั้งยังเปิดบริการเสริมอื่นเพิ่มเติม เช่น บริการ wi-fi ถ่ายเอกสาร แฟกซ์ รวมทั้งท็อปส์ช็อป ออนไลน์ โดยลูกค้าสามารถสั่งสินค้าผ่านทางออนไลน์มีบริการจัดส่งที่บ้าน สำนักงาน หลังจากเปิดให้บริการพบว่ามียอดขายเติบโตกว่า 100% บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมีสัดส่วนยอดขาย 5-10% ของยอดขายรวมทั้งหมดภายใน 3-5 ปีด้วย

mon2503602

“วันนี้ลูกค้ามีความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม หน้าที่ของท็อปส์คือพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด โดยอาศัยข้อมูลจากเดอะ วัน การ์ดนำมาศึกษาวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมลูกค้า เพื่อจัดทำโปรโมชันให้ตรงกับแต่ละราย วันนี้จะทำตลาดแบบแมสเหมือนในอดีตไม่ได้ ต้องเจาะเฉพาะกลุ่ม เลือกโฟกัสมากขึ้น เพราะแต่ละเซ็กเมนต์ก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน”

ด้านนางจิรนันท์ ผู้พัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด ผู้บริหารร้าน แฟมิลี่มาร์ท กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาให้ได้ 3,000 แห่งภายในปี 2564 จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1,139 แห่ง ดังนั้นนับจากปี 2561 จะต้องขยายสาขา 200-300 แห่งต่อปี โดยจะเน้นตามทำเลในจังหวัดหลัก เช่น กทม. พัทยา ภูเก็ต สมุย และแหล่งท่องเที่ยว อาคารสำนักงาน สถานการศึกษา ปั๊มนํ้ามัน และช็อปปิ้งมอลล์ รวมถึงการจับมือเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ตเนอร์เปิดร้านแฟมิลี่มาร์ทในคอนโดฯแอสปายของเอพี (ไทยแลนด์) และยังเปิดในคอนโดฯของแอล.พี.เอ็น. พฤกษา ปัจจุบันแฟมิลี่มาร์ทมีสาขาที่เปิดในคอนโดฯเกือบ 30 แห่ง

ทั้งนี้ยังขยายพื้นที่ร้านให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเฉลี่ยไม่ตํ่ากว่า 120 ตร.ม. พร้อมกับเพิ่มสินค้าและบริการภายในร้านให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น อาทิ อาหารพร้อมทาน เพิ่มขึ้น 30% อาหารปรุงสดแบบวันต่อวัน บริการรับชำระเงินผ่านเซ็นเพย์ นอกจากนี้ยังมีแผนนำสินค้าจากมัทสึโมโตะคิโยชิเข้ามาวางจำหน่ายให้กับลูกค้าด้วย

ขณะที่ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกขนาดเล็กอย่าง “เซเว่น อีเลฟเว่น” ปัจจุบันมีสาขากว่า 9,500 แห่ง และจะทะลุ 1 หมื่นแห่งในปีนี้ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิม และตามแผนจะขยายสาขาได้ครบ 1.3 หมื่นแห่ง ภายในปี 2564 อย่างแน่นอน จะเห็นว่าปีที่ผ่านมาได้เร่งขยายสาขาเป็นปีละ 700 แห่ง จากเดิมเฉลี่ยปีละ 450-500 แห่ง

ล่าสุดนายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ในปีนี้เซเว่นอีเลฟเว่น เตรียมใช้งบลงทุนประมาณ 9,500-10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบเปิดร้านใหม่ 3,400-3,600 ล้านบาท งบปรับปรุงสาขาเดิม 2,300-2,400 ล้านบาท ที่เหลือเป็นงบสำหรับโครงการใหม่ บริษัทย่อย ศูนย์กระจายสินค้าและระบบสารสนเทศด้วย