“สายอ่าง” หนาว! ก๊วนกอล์ฟ-สนานม้า อ่วม สรรพสามิตรีดภาษีเพิ่ม

“สายอ่าง” หนาว! ก๊วนกอล์ฟ-สนานม้า อ่วม สรรพสามิตรีดภาษีเพิ่ม

“สายอ่าง” หนาว! ก๊วนกอล์ฟ-สนานม้า อ่วม สรรพสามิตรีดภาษีเพิ่ม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมได้เสนอแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ โดยเสนอแผนระยะสั้นให้กับ กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ซึ่งมีสาระสำคัญ 2 ส่วน คือ

1.ในส่วนของสินค้า เช่น ต้องเข้มงวด เพื่อป้องกันการรั่วไหล
2.ในส่วนของบริการ เช่น การจัดเก็บสนามม้า สนามกอล์ฟ และสถานบริการ

โดยจับมือกับกรมสรรพากรสุ่มตรวจ คาดว่าจะทำให้การจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น 5-10% อย่างแน่นอน

การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 จัดเก็บได้ 2.2 แสนล้านบาท ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมาย 2,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จัดเก็บได้ต่ำในเดือนตุลาคม เนื่องจากยังอยู่ในช่วงซบเซาจากสถานการณ์สำคัญของประเทศ ทำให้สถานบริการต่างหยุดทำการ แต่เชื่อว่าจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจะสนับสนุนให้ภาพรวมการจัดเก็บรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย 5.55 แสนล้านบาท ในปีนี้

ขณะที่การแก้ไขร่าง พระราชบัญญัติสรรพสามิต ถือเป็นแนวทางหนึ่ง ในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของกรม โดยเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บภาษีจากฐานราคาหน้าโรงงาน หรือราคาขายส่งช่วงสุดท้ายสำหรับสินค้าประเภทสุรา เบียร์ และราคาสำแดงนำเข้า มาเป็นฐานราคาขายปลีก ซึ่งจะช่วยให้การจัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรมมากขึ้นแล้ว โดยการปรับในครั้งนี้ได้มีการพิจารณาปรับเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และค่าเงินบาท ในช่วง 20 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้หลักการเบื้องต้นในการจัดเก็บภาษีตามร่าง พ.ร.บ.สรรพสามิตใหม่ จะจัดเก็บตามมูลค่าบวกปริมาณแอลกอฮอล์ โดยเมื่อรวมทั้งสองส่วนแล้วจะต้องไม่เกินกว่าที่เคยจัดเก็บเดิม จากเดิมการจัดเก็บตามมูลค่า หรือปริมาณ ซึ่งส่วนใดสูงกว่าก็เลือกจากส่วนนั้น

"การแก้ไขกฎหมายแต่ละครั้ง ต้องใช้ระยะเวลานาน มีความยุ่งยาก ทำให้กรมต้องมีการพิจารณาปรับอัตราเพดานการจัดเก็บภาษีเพื่อรองรับอนาคตในช่วง 20 ปีข้างหน้าด้วย ส่วนอัตราการจัดเก็บแท้จริงคงต้องมาดูในรายละเอียดอีกครั้งว่า ควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ต้องอยู่ภายใต้ มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำหนดว่า การกำหนดอัตราภาษีใน พ.ร.บ.สรรพสามิต ฉบับใหม่จะต้องไม่สร้างภาระภาษีเพิ่มขึ้นให้กับประชาชน นั่นหมายความว่าเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว อัตราภาษีใหม่จะไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ประกอบการเข้าใจในข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้า ส่วนในอนาคตจะมีการปรับขึ้นอัตรา การจัดเก็บภาษีหรือไม่ให้เป็นเรื่อง ของฝ่ายนโยบายพิจารณา" นายสมชาย กล่าว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook