สมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินฯ ประกาศราคาค่าก่อสร้างอาคาร ปี 2552 ใหม่ พบว่า ค่าก่อสร้างโดยรวมลดลง
ราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2552 กำหนดโดยสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
เลข รายการประเภททรัพย์สิน ราคาที่ใช้ในปี 2552 อายุ ค่า หมาย เทียบ
ที่ ที่กำหนดราคามาตรฐาน ใช้ราคาวัสดุก่อสร้าง มิย. ทุกปี อาคาร เสื่อม เหตุ กับปี
(ตัวเลขเป็นราคา บาท/ตารางเมตร) ต่ำ ปานกลาง สูง (ปี) /ปี 2551
1 บ้านเดี่ยวไม้ชั้นเดียว 9,200 10,700 12,000 20 5.0% ก 6.0%
2 บ้านเดี่ยวไม้ 2 ชั้น 8,000 10,100 11,600 20 5.0% ก 6.5%
3 บ้านเดี่ยวไม้ ใต้ถุนสูง (ประเมินเฉพาะชั้นบน) 11,600 12,200 13,400 20 5.0% ก 6.3%
4 บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 7,700 9,300 10,600 25 4.0% ก 0.0%
5 บ้านเดี่ยวตึกชั้นเดียว 10,200 11,600 13,200 50 2.0% ข -1.4%
6 บ้านเดี่ยวตึก 2-3 ชั้น 9,300 10,800 13,200 50 2.0% ข -1.5%
7 บ้านแฝดชั้นเดียว 8,600 10,200 11,600 50 2.0% ข -1.6%
8 บ้านแฝด 2-3 ชั้น 7,800 9,000 10,200 50 2.0% ข -2.2%
9 ทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว 6,900 8,400 9,100 50 2.0% ข -2.4%
10 ทาวน์เฮาส์ 2-3 ชั้น กว้าง 4 เมตร 6,800 8,200 9,700 50 2.0% ข -2.4%
11 ทาวน์เฮาส์ 2-3 ชั้น กว้าง 5-6 ม. ไม่มีเสากลาง 8,300 9,700 11,100 50 2.0% ข -2.0%
12 ทาวน์เฮาส์ 2-3 ชั้น กว้าง 5-6 ม. มีเสากลาง 7,200 8,500 10,200 50 2.0% ข -2.3%
13 ห้องแถวไม้ 1-2 ชั้น 5,300 6,600 20 5.0% ก 6.2%
14 อาคารพาณิชย์ชั้นเดียว 5,300 5,900 6,800 50 2.0% ข -3.7%
15 อาคารพาณิชย์ 2-3 ชั้น 6,000 7,100 8,300 50 2.0% ข -2.8%
16 อาคารพาณิชย์ 4-5 ชั้น 5,800 6,800 7,800 50 2.0% ข -2.9%
17 อาคารพักอาศัยไม่เกิน 5 ชั้น 9,500 11,900 13,500 50 2.0% ข -1.4%
18 อาคารพักอาศัย 6-15 ชั้น* 11,400 15,300 18,300 50 2.0% ข -1.4%
19 อาคารพักอาศัย 16-25 ชั้น 15,300 19,000 24,500 50 2.0% ข -1.5%
20 อาคารพักอาศัย 26-35 ชั้น 16,900 21,400 27,500 50 2.0% ข -1.2%
21 อาคารธุรกิจสูง < 23 เมตร 15,400 18,500 50 2.0% ข -1.2%
22 อาคารธุรกิจสูง > 23 เมตรแต่ไม่เกิน 20 ชั้น 17,600 22,200 50 2.0% ข -1.0%
23 อาคารธุรกิจ 21-35 ชั้น 22,800 30,500 50 2.0% ข -0.5%
24 อาคารสรรพสินค้าที่สูงไม่เกิน 3 ชั้น 14,700 17,000 50 2.0% ข -1.5%
25 ศูนย์การค้าสูง 4 ชั้นขึ้นไป 20,100 24,800 50 2.0% ข -0.9%
26 อาคารจอดรถ ส่วนบนดิน 8,600 9,300 50 2.0% ข -8.7%
27 อาคารจอดรถ ส่วนใต้ดิน (1-2 ชั้น) 15,500 50 2.0% ข -5.5%
28 อาคารจอดรถ ส่วนใต้ดิน (3-4 ชั้น) 24,800 50 2.0% ข -3.1%
29 โกดัง-โรงงาน ทั่วไป 5,500 6,800 30 3.3% ข -6.8%
30 สนามเทนนิส: 1 สนาม 1,520,000 ไม่กำหนดไว้ -8.4%
31 สนามเทนนิส: 3 สนามติดกัน 1,260,000 ไม่กำหนดไว้ -8.7% ว่าด้วยการหักค่าเสื่อม ทรัพย์สินทั้งหลายรวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ ล้วนมีค่าเสื่อม ในที่นึ้จึงกำหนดค่าเสื่อมไว้ว่า ในกรณีตามตาราง ซึ่งเป็นอาคารไม้ และมีโอกาสเสื่อมสลายไปหากไม่มีการดูแลรักษาจึงกำหนดให้หักค่าเสื่อมจนถึง 0 (ศูนย์) เว้นแต่อาคารที่สามารถมีอายุเกินกว่าที่กำหนดนี้ ให้ประมาณการอายุที่ยังเหลืออยู่จริง ณ วันที่ประเมิน ส่วนกรณีให้หักค่าเสื่อมตามเปอร์เซ็นต์ต่อปีที่กำหนดจนเหลือประมาณ 40% และเมื่อนั้นหยุดหักค่าเสื่อม ให้ถือว่าอาคารนั้นมีค่าเสื่อมคงที่ 40% แม้จะมีอายุเพิ่มขึ้นก็ตาม ตัวอย่างเช่นบ้านเดี่ยวตึกชั้นเดียว กำหนดอายุอาคารไว้ 50 ปี แสดงว่าให้หักค่าเสื่อมได้ปีละ 2% (100% หาร 50 ปี) หากบ้านเดี่ยวหลังนั้นมีอายุ 30 ปี ก็ ย่อมหักค่าเสื่อมไป 60% เหลือราคาเท่ากับ 40% แต่ถ้าบ้านข้างเคียงอีกหลังหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกัน มีอายุ 40 ปี ก็ คงหักค่าเสื่อมถึง 60% แล้วหยุดหักเช่นกัน โดยถือว่าอาคารอายุ 30 หรือ 40 ปีนั้น มีราคาหลังหักค่าเสื่อมเท่ากัน คือ 40%ของราคาค่าก่อสร้างใหม่ ทั้งนี้เพราะโครงสร้างอาคารมาตรฐานย่อมไม่เสื่อมโทรมลง อาคารที่สร้างตามมาตรฐานวิศวกรรมอาจสามารถอยู่ได้นับร้อยปี แต่สิ่งที่เสื่อมโทรมลงคือระบบประกอบอาคาร ผนังหรืออื่น ๆ โครงสร้างของอาคารมีมูลค่าประมาณ 60% ของทั้งหมด ดังนั้นจึงประมาณการว่า ในกรณีที่อาคารมีอายุ 30 ปีขึ้นไปอย่างน้อยที่สุดโครงสร้างที่เหลือและส่วนอื่น (ถ้ามี) น่าจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 40% ขราคาก่อสร้างใหม่ ทั้งนี้หากกรณีอาคารที่มีอายุมากเป็นพิเศษ เช่น ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ค่าก่อสร้างส่วนเพิ่มเติม สำหรับอาคารตามรายการที่ 18, 21 และ 22 มีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ กรณีอาคารที่มีขนาดเกินกว่า 10,000 ตรม. และสูงเกิน 23 เมตร จะต้องมีลิฟท์ดับเพลิง 1 ชุด มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนอาคารที่มีขนาดเกินกว่า10,000 ตรม. ขึ้นไปยังต้องมีระบบดับเพลิง เช่น ระบบพ่นน้ำอัตโนมัติ รวมเป็นเงินอีกตารางเมตรละประมาณ 1,000 บาท และสำหรับอาคารในรายการที่ 24 อาคารสรรพสินค้าที่สูงไม่เกิน 3 ชั้น กำหนดให้มีลิฟท์และบันไดเลื่อนอย่างละไม่เกิน 4 ตัว กรณีที่เกินกว่านี้ ประมาณว่ามีค่าก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นเงิน ตัวละประมาณ 4-5 ล้านบาทและนำไปเฉลี่ยเป็นค่าก่อสร้างต่อตารางเมตรต่อไป ข้อสังเกตในการใช้ : องค์ประกอบมาตรฐานของราคาค่าก่อสร้างที่กำหนดไว้นี้ ประกอบด้วย ค่าก่อสร้างตามสัญญาก่อสร้างเท่านั้น ซึ่งได้แก่ ค่าวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ (ในงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานระบบประกอบอาคาร) ค่าแรงงานก่อสร้างค่าใช้จ่ายทั่วไปในการก่อสร้างและกำไรของผู้รับเหมา และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (7%) และสบทบกองทุนต่าง ๆ (0.96%) โดยไม่รวมค่าดอกเบี้ยลงทุนก่อสร้าง บริหารโครงการ ออกแบบ ควบคุมงาน โฆษณาประชาสัมพันธ์ และค่าบริหารการขาย ค่าก่อสร้างที่กำหนดนี้ใช้เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น ในพื้นที่อื่นผู้ใช้ต้องปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม โดยควรมีเหตุผลประกอบการปรับเปลี่ยนด้วย เช่น การคำนึงถึงปัจจัยด้านการขนส่ง อัตราค่าแรงและค่าครองชีพในท้องถิ่นอุปกรณ์ก่อสร้างที่มีอยู่หรือหาง่ายหรือไม่ในท้องถิ่นนั้น และปัจจัยด้านการรับน้ำหนักของดิน (บางแห่งอาจแข็งแรงมากจนไม่ต้องตอกเสาเข็ม) ค่าก่อสร้างนี้เป็นราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรของพื้นที่ก่อสร้างโดยรวม (รวมช่องบันได ช่องลิฟท์ พื้นที่ส่วนกลาง ฯลฯ) ไม่ใช่ตามพื้นที่ใช้สอยสุทธิ หรือไม่ได้แยกตามราคาที่อาจแตกต่างกันตามประเภทใช้สอย เช่น ห้องนอน ห้องครัว เฉลียง ระเบียงเป็นต้น ค่าก่อสร้างนี้คิดเฉพาะในขอบเขตโครงสร้างอาคารเป็นหลัก เช่น พื้นที่ซักล้างหรือที่จอดรถที่มีหลังคาคลุม รวมทั้งระเบียงชั้นบน ส่วนพื้นที่ซักล้าง ระเบียงชั้นล่างหรือพื้นที่ถนนที่ยื่นออกจากตัวบ้าน ไม่นับรวมในพื้นที่ก่อสร้างนี้ สิ่งที่ไม่รวมไว้ในค่าก่อสร้างขึ้นได้แก่ ไม่รวมค่าโฆษณา ดอกเบี้ย ค่านายหน้าการขาย แต่เป็นราคาเพื่อประมูลก่อสร้าง นอกจากนี้ยังไม่รวมค่ากำแพงกันดินในระหว่างการก่อสร้าง (sheet pile) หรือกรรมวิธีในการก่อสร้างพิเศษไปจากทั่วไป อาจกล่าวได้ว่า ค่าก่อสร้างนี้จัดทำขึ้นสำหรับสิ่งก่อสร้างทั่วไป กรณีที่มีลักษณะพิเศษหรือมีต้นทุนที่สูง-ต่ำผิดปกติจำเป็นที่จะต้องคำนวณอย่างละเอียดโดยการถอดแบบก่อสร้างเป็นราย ๆ ไป โดยไม่สามารถใช้มาตรฐานราคาค่าก่อสร้างนี้ นอกจากนี้ค่าก่อสร้างนี้ อาจสูงหรือต่ำกว่าราคารับเหมาที่มีการรับเหมากันก็ได้ เพราะราคารับเหมาก่อสร้างขึ้นอยู่กับการแข่งขัน ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ส่วนราคาต่อตารางเมตรที่คำนวณนี้มาจากพื้นฐานการถอดแบบก่อสร้างตามราคาวัสดุ-ค่าแรงปกติ ทั้งนี้ ในบางกรณี แม้ราคาค่าก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่หมายความว่าราคาขายอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มขึ้นเช่นกันโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ราคาอสังหาริมทรัพย์ยังขึ้นอยู่กับค่าที่ดินด้วย และยังขึ้นอยู่กับภาวะตลาด อุปทานในท้องตลาดอีกต้วยในบางครั้งค่าก่อสร้างขึ้น แต่ราคาอสังหาริมทรัพย์อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงราคา ประมวลได้ว่า อาคารไม้ ราคาเพิ่มขึ้น เพราะไม้หายากยิ่งทุกวัน โดยบ้านเดี่ยวไม้ 2 ชั้น ราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดคือ 6.5% ในช่วงปี 2551-2552 (ณ เดือนมิถุนายนของทุกปี) รองลงมาเป็น บ้านเดี่ยวไม้ ใต้ถุนสูง(ประเมินเฉพาะชั้นบน) เพิ่มขึ้น 6.3% ส่วนอาคารห้องแถวไม้ 1-2 ชั้น ราคาเพิ่มขึ้น 6.2% และบ้านเดี่ยวไม้ชั้นเดียว ราคาเพิ่มขึ้น 6.0% ส่วนกรณีบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ ราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้น อาคารเกือบแทบทุกรายการ ราคาค่าก่อสร้างลดลงเป็นครั้งแรก นับแต่การจัดทำราคาที่เทียบตั้งแต่ปี 2539, 2543 จนถึงปัจจุบัน อาคารที่มีค่าก่อสร้างลดลงสูงสุดคือ สนามเทนนิสและอาคารจอดรถส่วนบนดิน ที่ลดลงไปประมาณ 8.4-8.7% ที่ลดหลั่นรองลงมาได้แก่ อาคารโกดัง-โรงงานทั่วไป ่งลดลง 6.8% และอาคารจอดรถส่วนใต้ดิน (1-2 ชั้น) ลดลง 5.5% ทั้งนี้เพราะอาคารเหล่านี้ใช้เหล็กเป็นวัสดุก่อสร้างสำคัญ และเหล็กได้ลดราคาลงเหลือเพียงครึ่งเดียว จากเดิมในปี 2551 การที่เหล็กลดราคาลงเช่นนี้ก็เพราะการก่อสร้างต่าง ๆ ทั่วโลกชะลอตัวลงเพราะพิษเศรษฐกิจโลก ความต้องการเหล็กจึงลดลงอย่างมหาศาล อาคารอื่นที่มีการปรับลดราคาค่าก่อสร้างลงประมาณ 3-4% ได้แก่ อาคารพาณิชย์ชั้นเดียว (3.7%), อาคารจอดรถ ส่วนใต้ดิน (3-4 ชั้น) (3.1%), อาคารพาณิชย์ 4-5 ชั้น (-2.9%) และอาคารพาณิชย์ 2-3 ชั้น(2.8%) สำหรับอาคารอื่น ๆ ที่ปรับลดลงไม่มาก ส่วนมากเป็นอาคารขนาดใหญ่ ได้แก่ อาคารพักอาศัย 16-25 ชั้น ลดลง 1.5% อาคารพักอาศัย 26-35 ชั้น ลดลง 1.2% อาคารธุรกิจสูง < 23 เมตร ลดลง 1.2% อาคารธุรกิจสูง > 23 เมตรแต่ไม่เกิน 20 ชั้น ลดลง 1.0% อาคารศูนย์การค้าสูง 4 ชั้นขึ้นไป ลดลง 0.9% และอาคารธุรกิจ 21-35 ชั้น ลดลง 0.5% ในความเห็นส่วนตัว นับแต่เดือนมิถุนายน 2552 ถึงเดือนกันยายน 2552 เห็นว่า ราคาค่าก่อสร้างมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยราคาเหล็กปรับขึ้นกว่า 8% ส่วนราคาปูนซีเมนต์ยังเท่าเดิม ดังนั้น ราคาค่าก่อสร้างจึงไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด บัญชีราคาค่าก่อสร้างที่สมาคมประกาศใช้สำหรับเดือนมิถุนายน 2552 จึงยังไม่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม สำหรับผู้สนใจรายละเอียด สามารถเข้าร่วมการประชุมชี้แจงการใช้ราคาค่าก่อสร้างอาคาร ในวันอังคารที่ 22 กันยายน 2552ที่มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เวลา 13:00 -17:00 น. โดยได้รับเกียรติเปิดงานโดย อ.วันชัย ตัณฑ์สกุล เลขาธิการ สมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย นำเสนอราคาค่าก่อสร้างโดย ผศ.อัศวิน พิชญโยธิน ประธานคณะทำงาน และ ดร.โสภณ พรโชคชัย เลขานุการคณะทำงาน พร้อมทั้งฟังการกำหนดอัตราผลตอบแทนในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ โดย วสันต์คงจันทร์ มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)