ก.ต.กล่าวโทษสริยาคดีเอสอีซีซีฯพบชื่อพัวพันสมพงษ์ยักยอกเงินบริษัท หลังพบความผิดเพิ่มอีก 6 ข้อ

ก.ต.กล่าวโทษสริยาคดีเอสอีซีซีฯพบชื่อพัวพันสมพงษ์ยักยอกเงินบริษัท หลังพบความผิดเพิ่มอีก 6 ข้อ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ก.ล.ต.กล่าวโทษสมพงษ์พร้อมพวกในคดีเอสอีซีซีเพิ่มอีก มีชื่อสุริยา ลาภวิสุทธิสินรวมอยู่ด้วย ส่งไม้ต่อให้ดีเอสไอจัดการ หลังพบความผิดเพิ่มเติมอีก 6 ประเด็นในคดียักยอกเงินบริษัท เอสอีซีซีฯ และบริษัทลูก รวม 317 ล้านบาท พบหลักฐานใช้ชื่อคนอื่นกู้ยืมเงินบริษัทย่อย ------------------------------- รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษอดีตผู้บริหาร บริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (SECC) และบริษัท เอสอีซีซี โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย พร้อมพวกรวม 7 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังตรวจพบความผิดเพิ่มเติมอีก 6 ประเด็น เช่น การยักยอกเงินบริษัทและบริษัทย่อยรวม 317 ล้านบาท เป็นต้น และยังพบผู้เกี่ยวข้องมากขึ้น โดยหนึ่งในนั้นคือ นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ถูกกล่าวโทษอีก 6 คน ประกอบด้วย นายสมพงษ์ วิทยารักษ์สรรค์ ประธานกรรมการ น.ส.นิภาพร คมกล้า ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน ซึ่งทั้ง 2 คนได้ถูก ก.ล.ต.กล่าวโทษมาแล้วฐานยักยอกทรัพย์ของบริษัท นายสมชาย ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้มีอำนาจของเอสอีซีซีโฮลดิ้งฯ ม.ล.อภิษฎา (เดิมชื่อ ม.ล.ภัทรวดี) ชยางกูร นายกรวิวัฒน์ วัฒนะธรรมวงศ์ (เดิมชื่อนายไพบูลย์ สุขสุธรรมวงศ์) อดีตกรรมการและกรรมการผู้จัดการ และ น.ส.มุทิตา นิลสวัสดิ์ อดีตกรรมการ ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด และประชาสัมพันธ์

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับความผิดที่พบเพิ่มเติม 6 ประเด็น ประกอบด้วย

1.การทุจริตยักยอกเงิน 245 ล้านบาท โดยผ่านการให้กู้ยืมของบริษัท เอสอีซีซี โฮลดิ้ง แก่บุคคล 4 ราย ซึ่ง ก.ล.ต.มีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า นายสุริยา นายสมพงษ์ นายสมชาย ใช้ชื่ออื่นปกปิดการยักยอกเงินของตน นอกจากนี้ ยังพบว่า ม.ล.อภิษฎา ซึ่งมีรายชื่อร่วมประชุมกรรมการบริษัทในวันที่อนุมัติให้กู้ยืม และเป็นผู้ลงนามในเช็คจ่ายเงินให้บุคคลทั้ง 4 ราย ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ

2.การยักยอกเงินฝากของเอสอีซีซี โฮลดิ้ง 30 ล้านบาท ซึ่งมีหลักฐานเชื่อว่านายสมชายได้ยักยอกไปจากบัญชีเงินฝาก

3.การทุจริตโดยการยักยอกเงิน 42 ล้านบาทจากบัญชีจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท

4.การทุจริตโดยการยักยอกชุดจดทะเบียนรถยนต์ของบริษัทไปใช้แสวงหาประโยชน์ส่วนตัว

5.การตกแต่งรายได้ค่าขายรถยนต์ 30 ล้านบาทในปี 2550 ซึ่งจากข้อ 2-5 มีหลักฐานเชื่อได้ว่านายสมพงษ์กับพวกผู้ทำผิดมีส่วนเกี่ยวข้อง

และ 6.อดีตกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในเช็คหรือใบถอนเงินของบริษัทไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต โดยนายกรวิวัฒน์ และ น.ส.มุทิตาได้ลงนามล่วงหน้าในเช็คหรือลงนามโดยละเลยที่จะตรวจสอบความถูกต้องของรายการ เป็นเหตุให้มีการถอนเงินออกจากบริษัทไปเพื่อประโยชน์ของนายสมพงษ์ หรือบุคคลอื่น และเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล