บล.ธนชาต : รายงานภาวะหุ้น 25/12/52

บล.ธนชาต : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 25/12/52 วันนี้ตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่หยุดเพื่อฉลองคริสมาสต์ และสัปดาห์หน้าคือสัปดาห์สุดท้ายของปี คงจะทำให้ปริมาณการซื้อขายของฝรั่งยิ่งบางตาลงไป ดังนั้นบทบาทการกำหนดทิศทางตลาดหุ้นไทยจากนี้ถึงสิ้นปี ขึ้นอยู่กับกองทุนในประเทศเป็นหลัก ที่คาดจะมีเม็ดเงินจาก LTF/RMF ไหลเข้ามาเพิ่มอีก 4 พันลบ. หนุนให้ SET เคลื่อนไหวในกรอบ 720-740 จุดประเด็นสำคัญวันนี้และสัปดาห์หน้า Local Institution: Net Buy (Sell) นายกฯมั่นใจ“ประกาศมาบตาพุด”ทันใช้ก่อนสิ้นปี ลุ้นอีก 5-6 โครงการได้ไฟเขียวเร็วๆนี้ วานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นชอบประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สุขภาพ (HIA) และรับฟังความคิดเห็น ขั้นตอนต่อไปคือนำเข้าครม.เพื่อทราบ แล้วจึงนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดมีผลบังใช้ก่อนสิ้นปีนี้ ส่วนการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองก็ดำเนินต่อไป คาดจะมีอีก 5-6 โครงการ (หนึ่งในนั้นคือโครงการโรงแยกก๊าซ   6 ของ PTT) ที่มีโอกาสได้รับไฟเขียวจากศาลฯให้กลับมาดำเนินงานปกติเช่นเดียวกับ “เหล็กสยามยามาโตะ” ที่ศาลฯมีคำสั่งทุเลาไปเมื่อ 23 ธ.ค.09 โค้งสุดท้ายสัปดาห์หน้าคาดมีเม็ดเงินจาก LTF/RMF ไหลเข้ามาอีก 4 พันลบ. เพราะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของปีและเหลือแค่ 3 วันทำการ ทั้งนี้นับแต่ พ.ย.09 เป็นต้นมากองทุนในประเทศรับบท “พระเอก” คือ ซื้อสุทธิมาโดยรวม 1.6 หมื่นลบ. (2พ.ย.-24 ธ.ค.09 ดูตารางบนสุดขวามือ) ในขณะที่ช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2006-07 กองทุนฯซื้อสุทธิเฉลี่ย 2 หมื่นลบ. (ยกเว้นปี 2008 ที่ซื้อสุทธิแค่ 1.4 หมื่นลบ. เพราะเจอเรื่องปิดสนามบิน) ดังนั้นคาดสัปดาห์หน้าจะมีเม็ดเงินจาก LTF/RMF ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเพิ่มอีกประมาณ 4 พันลบ. ช่วยให้ SET บวกแต่คงไม่แรง เพราะกองทุนฯคิดเป็นแค่ 7% ของมูลค่าการซื้อขายรวม โพลล์นักวิเคราะห์มั่นใจศก.ฟื้น แต่กลัวการเมือง&มาบตาพุด มอง SET ปีนี้ 726 ปีหน้า 812 ผลสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์เมื่อ 21 ธ.ค. พบว่ามีมุมมองที่ดีขึ้นจากครั้งก่อน (9 ก.ย.) ทั้งในส่วนของประมาณการ GDP (คาดปีนี้ -3.2% แต่ปีหน้า +3.5%) และเป้าหมาย SET (สิ้นปีนี้ 726 จุด ส่วนสิ้นปีหน้า 812 จุด) ขณะที่คาดว่ากำไรของ บจ. ปีหน้าจะขยายตัว 13%สรุปภาพตลาดวานนี้ ระหว่างวันได้เห็น 735 จุด แต่สุดท้ายหมดแรง SET ปิดลบไป 3 จุด @ 727.21 จุด วอลุ่มหดเหลือแค่ 1.2 หมื่นลบ. โดยบทบาทฝรั่งเหลือแค่ 12% (vs. ปกติ 20-25%) ของวอลุ่มรวมและขายสุทธิ 65 ลบ. ทั้งนี้หุ้นที่เกี่ยวกับมาบตาพุดถูกขายทำกำไร แม้วานนี้มีความคืบหน้าที่ คกก.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นชอบประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ EIA/HIA แล้วก็ตาม DJ ปิดบวก 54 จุด (0.5%) ส่งท้ายก่อนหยุดยาว 2 วัน 2 ปัจจัยหนุนที่ทำให้ DJ ซึ่งเปิดเทรดแค่ครึ่งวันปิดบวกคือ 1) ตัวเลขว่างงานรายสัปดาห์ปรับตัวลง และ 2) ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพุ่งขึ้นเกินคาด นอกจากนั้นการอ่อนค่าของ USD (Dollar Index -0.2% @ 77.73) ยังหนุนช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์อีกด้วย (ราคาน้ำมัน NYMEX บวกต่อเป็นวันที่ 3 อีก 1.8% @ USD78.05/bbl) ทั้งนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป (UK) จะปิดทำการในวันนี้(Christmas Day) และวันจันทร์ (Boxing Day)

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!