เปิด ขุมพลัง "วิชัย" แห่ง "คิง พาวเวอร์" เจ้าของ เลสเตอร์ฯ แชมป์พรีเมียร์ลีก!

เปิด ขุมพลัง "วิชัย" แห่ง "คิง พาวเวอร์" เจ้าของ เลสเตอร์ฯ แชมป์พรีเมียร์ลีก!
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

เป็นปรากฏการณ์ดังเทพนิยายในแวดวงลูกหนังอีกปรากฏการณ์หนึ่ง เมื่อ จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ซิตี้ คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษ พรีเมียร์ลีก ลีกที่มีประวัติยาวนานและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ซิตี้นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมาเลยทีเดียว

และเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่า สโมสรฟุตบอลทีมเล็กๆอย่างเลสเตอร์ที่ไม่ได้ใช้เงินจำนวนมหาศาลในการ กว้านซื้อนักเตะดังๆระดับโลกมาสร้างความสำเร็จ เหมือนกับหลายทีมที่ใช้ เงิน เป็นปัจจัยหลักในการสร้างความสำเร็จมาก่อนหน้านี้

และเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่า ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ เลสเตอร์ซิตี้ จะเกิดขึ้นภายใต้การบริหารของ นักธุรกิจชาวไทย คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ กลุ่ม บริษัท คิงพาวเวอร์ ซึ่งมีธุรกิจหลักคือ บริหารกิจการดิ้วตี้ฟรี หรือ พื้นที่ร้านค้าปลอดภาษีสนามบินสุวรรณภูมิ และอีกหลายพื้นที่ในหลายประเทศ ที่เข้ามาซื้อทีมฟุตบอลแห่งนี้ เมื่อปี 2553 หรือ ปี ค.ศ. 2010 เมื่อทีมยังอยู่ในระดับลีกรอง จนกระทั้ง สามารถคว้าแชมป์ เดอะแชมเปี้ยนชิพ และเข้าไปเล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาล 2014-2015 ซึ่งในการเล่นในระดับสูงสุดนี้ในฤดูกาลแรก เลสเตอร์เกือบจะตกชั้นกลับไป แต่กลับเอาตัวรอด และ สามารถ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในปีนี้ ได้อย่างมหัศจรรย์ดังเทพนิยาย

ความสำเร็จของ สโมสร เลสเตอร์ซิตี้ จิ้งจอกสยาม ภายใต้ประธานสโมสร อย่าง วิชัย ศรีวัฒนประภา คงเป็นที่กล่าวขานกันในแวดวงลูกหนังทั่วโลก เพราะ อย่างที่ทราบกันดีว่า ธุรกิจการกีฬา เป็นธุรกิจที่มีเม็ดเงินจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะในลีกดังๆในยุโรป อย่าง อังกฤษ สเปน เยอรมัน อิตาลี ฝรั่งเศส ฯลฯ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการซื้อขายนักเตะ สปอนเซอร์สนับสนุนสโมสร การขายสินค้า ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ฯลฯ

แน่นอนว่าการก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ย่อมส่งผลดีต่อสโมสรมากยิ่งขึ้นแน่นอน ส่วนจะมากน้อยเพียงใด ยังต้องรอติดตามกันต่อไปในอนาคต แต่ วันนี้ คำถามที่หลายคนสนใจก็คือ .. วิชัย ศรีวัฒนประภา คือ ใคร ? มีพื้นฐานทางธุรกิจมาอย่างไร ทำไมถึงเข้าไปเป็นเจ้าของสโมสรแห่งนี้ ได้.?

วันนี้เรามาทำความรู้จัก วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกลุ่มบริษัท คิงพาวเวอร์ ให้ดียิ่งขึ้น เดิม “วิชัย” มีนามสกุลว่า “รักศรีอักษร” ต่อมาได้ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อสกุล “ศรีวัฒนประภา” ให้เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 55 ) เพื่อเป็นสิริมงคลแก่วงศ์สกุล

และเมื่อลองดูประวัติย้อนหลังของ วิชัย พบว่า ไม่ธรรมดาเลย เพราะ ในการเข้ามาในแวดวงธุรกิจ เขาถือว่าเป็นคนที่มีสายสัมพันธ์ หรือ คอนเนคชั่นกับ คนระดับนำในสังคมเกือบทุกกลุ่มก็ว่าได้ และไม่เฉพาะในแวดวงของสังคมไทยเท่านั้น ว่ากันว่า คอนเนคชั่นของเขาในสังคมระดับสูงของอังกฤษ เขาก็มีไม่น้อย

เมื่อเขานั่งเป็น นายกสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย เขาผลักดันให้การแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลแจ้งเกิดในประเทศไทยอีกครั้ง รวมทั้งการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศอังกฤษ ที่เข้าคุ้นเคยกระทั่งสามารถเชิญบุคคลในราชวงศ์อังกฤษ ทั้งเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเจ้าชายวิลเลี่ยม ร่วมในกิจการกีฬา ผ่านรายการขี่ม้าโปโลนัดการกุศล “จักกราวาตี้ – คิง เพาเวอร์ คัพ” ได้อีกด้วย

การเริ่มต้นธุรกิจ “วิชัย” เริ่มธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินฮ่องกงเป็นแห่งแรก เมื่อกว่า 20 ปีที่ผ่านมา จากคำชักชวนของสหายชาวฮ่องกง หลังจากนั้นเขาพยายามเข้ามาสู่ธุรกิจดิวตี้ฟรีที่ประเทศไทย แต่เจอปัญหาอุปสรรค ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เขาต้องเริ่มต้นในไทยใหม่กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดดิวตี้ฟรีช็อปที่เพลินจิต ในปี 2532 ต่อมาเขาได้ไปบุกเบิกที่เขมร จีน และมาเก๊า ซึ่งค่อนข้างไปได้ดีกว่าธุรกิจในประเทศไทยในช่วงนั้น

แต่ในที่สุดโอกาสของ “วิชัย” และ กลุ่มคิง เพาเวอร์ก็มาถึง ใน ปี 2538 คิง เพาเวอร์ได้สัญญาเข้าเปิดร้านดิวตี้ฟรีที่ดอนเมือง ปี 2549 คิง เพาเวอร์ มีการขยายธุรกิจกว้างมากขึ้น เมื่อสนามบินสุวรรณภูมิพร้อมเปิดใช้งาน เพราะคิง เพาเวอร์คือบริษัทเดียวที่ได้บริหารพื้นที่ให้เอกชนอื่นๆ เช่าทำธุรกิจในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ และ “คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์” ที่เกือบเสร็จสมบูรณ์ ที่เช่าที่ดินจากสำนักทรัพย์สินฯ ในซอยรางน้ำ ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

สำหรับสายสัมพันธ์หรือคอนเนคชั่น กับเหล่าคนดังนั้น ว่ากันว่า ในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เขามีความสัมพันธ์ที่ดีมาก ผ่านทาง คู่ชี้ของเขา คือ เนวิน ชิดชอบ (เจ้าของทีมดังของไทยลีก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) อดีตนักการเมืองคนสำคัญในรัฐบาลทักษิณ ความสนิทสนม ถึงขั้นให้ใช้เป็นออฟฟิศแฟกซ์แถลงการณ์ให้ “ทักษิณ” ในช่วงหลังถูกทหารโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจ เมื่อปี 2549

ขณะนั้น คิง พาวเวอร์ ถูกจับตาว่าจะถูกผลกระทบจาก การยึดอำนาจ ครั้งนั้นหรือไม่ แต่แล้ว ด้วยความสามารถในการต่อสายสัมพันธ์กับผู้นำ การรัฐประหาร ทำให้เขารอดพ้นจากที่หลายคนคาดการ และประกอบกับ “เนวิน” คู่ซี้ ของเขาเปลี่ยนขั้วการเมืองหันมาหนุนอีกฝากหนึ่งขึ้นเป็นรัฐบาล ทำให้ “วิชัย” สามารถต่อ สายสัมพันธ์ ต่อเนื่องมาในรัฐบาลหลังหรือในยุครัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ด้วย ได้ด้วย ...

ขุมทรัพย์ คิง พาวเวอร์

กลุ่มคิง พาวเวอร์ เป็นกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้าน ดิวตี้ฟรี หรือ ร้านค้าปลอดภาษี ซึ่งถือเป็นธุรกิจ ที่มีกระแสเงินสดมากธุรกิจหนึ่ง โดยธุรกิจในเครือของ คิง พาวเวอร์ ประกอบด้วย

บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
ธุรกิจ -ห้างสรรพสินค้าดิวตี้ฟรี “คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ซอยรางน้ำ
-ป้ายโฆษณาในอาคารผู้โดยสารสนามบินในกรุงเทพ และภูเก็ต

บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี
ธุรกิจ -บริหารร้านค้าดิวตี้ฟรีที่สนามบินกรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต

บริษัท คิง เพาเวอร์ แท็กซ์ ฟรี
ธุรกิจ เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่บริหารร้านค้าดิวตี้ฟรีที่สนามบินกรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่

บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ
ธุรกิจ ระบุธุรกิจกว้างๆ ไว้ว่า บริหารกิจการเชิงพาณิชย์ทั้งหมดในสนามบินสุวรรณภูมิ

บริษัท คิง เพาเวอร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์
ธุรกิจ บริหารทุกร้านอาหารในสนามบินสุวรรณภูมิ เช่น ซิตี้ การ์เด้นท์ไลท์ บาร์ รวมไปถึงภัตตาคารรามายานะและโรงละครอักษรา ที่คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ

บริษัทคิง เพาเวอร์ โฮเทล แมนเนจเม้นท์
ธุรกิจ บริหารโรงแรม พูลแมน กรุงเทพ คิง เพาเวอร์ (ซอยรางน้ำ)

และจากการเปิดเผยขอมูลการถือสินทรัพย์ของ วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัดและสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมครัวนางเอมอร ศรีวัฒนประภา นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และ น.ส.วรมาศ ศรีวัฒนประภา (ของสำนักข่าว อิศรา เมื่อ 27 ก.ค. 57) เป็นเจ้าของธุรกิจอย่างน้อย 16 บริษัท รวมทุนจดทะเบียน 2,471 ล้าน บาท สินทรัพย์ 34,898,320,334

บริษัทที่มีสินทรัพย์มากสุด 5 ลำดับ

บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 17,003,414,297 บาท
บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด 8,979,173,465 บาท
บริษัท วี แอนด์ เอ โฮลดิ้ง จำกัด 3,406,059,200 บาท
บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด 2,021,516,285 บาท
บริษัท คิง เพาเวอร์ โฮเทล เมเนจเมนท์ จำกัด 1,289,848,464 บาท


ในจำนวนนี้บริษัทที่มีรายได้มากสุด 3 ลำดับ ได้แก่


บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด 22,277,814,148 บาท (ปี 55)
บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 18,992,423,803 บาท (ปี 55)
บริษัท วี แอนด์ เอ โฮลดิ้ง จำกัด 4,156,840,927 บาท (ปี 56)


บริษัทที่มีกำไรสุทธิมากสุด

บริษัท วี แอนด์ เอ โฮลดิ้ง จำกัด 3,913,147,626 บาท (ปี 56)
บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด 2,510,671,755 (ปี 55)
บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 2,175,879,608 บาท (ปี 55)

ทั้งหมด คือ ขุมข่าย ขุมทรัพย์ ของ “วิชัย” ที่สร้าง คิง พาวเวอร์ ขึ้นมา ก้าวขึ้นมาและก้าวข้าม ออกไปในระดับโลก เมื่อเข้าไปซื้อทีมฟุตบอล ของ อังกฤษ จากทีมในระดับลีกรอง จนก้าวขึ้นมาลีกสูงสุด อย่างพรีเมียร์ลีก โดยใช้เวลา จากการเข้ามาลงทุนสร้างทีม เพียง 6 ปี ใช้เงินลงทุนประมาณ 40 ล้านปอนด์

แต่ในขณะนี้ ก่อนที่เลสเตอร์ จะก้าวขึ้นเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก มีรายงานข่าวว่า สำนักข่าวบลูมเบิร์ก สื่อชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยว่ามูลค่าทีมล่าสุดของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในเวลานี้ อาจพุ่งสูงขึ้นไปถึงราว 300 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นมูลค่าที่มากกว่าวันที่ วิชัย ศรีวัฒนประภา ตัดสินใจซื้อทีมจากมิลาน แมนดาริช ถึง 8 เท่าด้วยกัน

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!