ไม่อยากเชื่อ! 6 วิธี เล่นโซเชียลก็รวยได้

ไม่อยากเชื่อ! 6 วิธี เล่นโซเชียลก็รวยได้
Masii

สนับสนุนเนื้อหา

เดี๋ยวนี้โซเชียลมีเดียเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนจำนวนมากไปแล้ว ด้วยความที่อินเตอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น คนมีความนิยมในการติดตามข่าวสาร ติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เพื่อนๆ และครอบครัวผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น รวมถึงทำธุรกรรมต่างๆ ในอินเตอร์เน็ตเยอะขึ้นด้วย

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เกิดช่องทางการทำมาหากินที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดียมากยิ่งขึ้น ทั้งการโฆษณา การค้าขายสินค้า เหตุผลก็เพราะมันเข้าถึงคนได้มากสุดๆ แถมยังเข้าถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้นด้วย


ลองคิดดูนะคะว่า แค่จำนวนคนใช้เฟสบุคในประเทศไทย ก็ 28 ล้านคนแล้ว ไหนจะ ยูทูบอีก 26 ล้านคน ทวิตเตอร์ 4.5 ล้านคน และ 1.7 ล้านคนในอินสตาแกรม (ข้อมูลจาก Syndacast) ดังนั้น ถ้ามีคนสนใจจะขายของสักชิ้น หรืออยากโปรโมทอะไรบางอย่าง แค่โพสต์ลงในโซเชียลมีเดียแล้วอาจจะขอให้คนอื่นช่วยแชร์ด้วยก็ได้ แล้วถ้าคนแชร์กันเยอะๆ เผลอๆ ภายในไม่กี่ชั่วโมง คนแทบทั้งประเทศอาจจะได้เห็นโพสต์เราแล้วก็ได้


1 จำนวนผู้ใช้โซเชียลมีเดียในประเทศไทย


ฉะนั้น เราจะมาแบ่งปันวิธีหารายได้จากโซเชียลมีเดียให้กับทุกคนกันค่ะ เผื่อใครกำลังอยากหารายได้เสริม หรือกำลังอยากลองทำอะไรใหม่ๆ ดู จะได้ลองเอาไปเป็นแนวทางนะคะ
การขายของผ่านเฟสบุค หรือ อินสตาแกรม

วันก่อนเพิ่งมีข่าว น้องมิ้ว รัญชิดา กมลฉัตรนิธิ สาวน้อยวัย 18 ปี ที่หาเงินได้เป็นล้านๆ จากการขายเสื้อผ้าในเฟสบุค ด้วยต้นทุนจากคุณพ่อเพียง 2,000 บาทเท่านั้น ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมล่ะคะ

แต่กว่าจะประสบความสำเร็จขนาดนี้ น้องมิ้วต้องใช้ความอดทน และทุ่มเทน้ำพักน้ำแรงอย่างมากในการไปหาสินค้ามาขาย และถ่ายภาพลงเฟสบุค สิ่งที่น้องมิ้วมีอีกอย่างคือความไม่ย่อท้อในการหาของดีมีคุณภาพมาขายให้แก่ลูกค้านั่นเอง


ถ้าใครอยากจะขายของในเฟสบุค หรืออินสตาแกรมให้ได้รับความนิยมแบบนี้ เราควรหาข้อมูล สำรวจตลาดดู ว่าสินค้าชนิดไหนคนอยากได้ มีคนขายออนไลน์เยอะแล้วหรือไม่ คู่แข่งขายอะไรบ้าง มีการสั่งซื้อปริมาณเท่าไร ตั้งราคายังไง วิธีการจัดส่ง ฯลฯ


พอได้ข้อมูล และตัดสินใจได้แล้วว่าจะขายอะไรก็เริ่มได้เลย เราก็ต้องลงทุนสักหน่อยเพื่อหาของมาขาย อาจจะต้องเดินทางหาสินค้าที่ต้องการ และซื้อมาสต๊อกไว้ก่อนเล็กน้อย ส่วนการตั้งเพจหรือสมัครสมาชิกใหม่เพื่อใช้สำหรับขายของนั้นมีบริการที่ทำได้โดยไม่ต้องเสียเงิน บางเว็บอาจจะใช้วิธีการคิดเปอร์เซ็นต์จากการขายแทน เป็นต้น


จากนั้นก็ถ่ายรูปสินค้าลงเฟสบุคหรืออินสตาแกรม ซึ่งการจัดวางองค์ประกอบภาพก็สำคัญ เพราะถ้าดูดี ก็จะดึงดูดสายตาคนได้มากกว่า อย่าลืมใส่รายละเอียดสินค้าให้ชัดเจนและใส่ข้อมูลสำหรับให้ลูกค้าติดต่อเราได้ด้วยนะคะ


2 เคล็ดลับถ่ายภาพให้คนรีบคลิกซื้อ


ถ้าสินค้าเป็นเงา มันวาว พื้นผิวโครม ควรเลือกพื้นหลังสีดำหรือกระจก จะทำให้สินค้าเด่นขึ้น
ถ้าเป็นเสื้อผ้า ควรถ่ายกับหุ่นหรือให้คนเป็นแบบสวมใส่จริง จะได้เห็นว่าใส่แล้วออกมาแล้วเป็นยังไง
พื้นหลังควรเป็นฉากสีสบายตา น่ามอง เช่น ถ้าขายเสื้อผ้าอาจให้นางแบบยืนโดยมีพื้นหลังเป็นผนังตึกสีขาว หรือถ้าจะถ่ายสินค้าจากมุมสูง ให้หาผ้าสีสบายตามาปูไว้ก่อนวางสินค้าลงไปแล้วถ่าย เป็นต้น


ไม่ว่าจะถ่ายอะไรพยายามถ่ายในที่ร่ม ที่มีแสงมากพอ ใช้แสงธรรมชาติได้จะยิ่งดี ไม่ต้องใช้แฟลชเพราะภาพจะได้ออกมาไม่แข็งทื่อ
ถ้าเป็นไปได้ใช้ขาตั้งกล้อง เพื่อที่จะได้ภาพคมชัด ไม่มีการสั่นจากแรงกดชัตเตอร์
ถ่ายหลายๆ มุม ให้ลูกค้าเห็นสินค้าครบทุกด้าน จะช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้าได้


การค้าขายไม่ใช่สิ่งที่สามารถการันตีรายได้ได้เสมอไป ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็ต้องมีบ้างที่วันไหนขายไม่ได้เลย หรือขายได้น้อยมาก แต่ก็ต้องมีวันที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเหมือนกันถ้าไม่ล้มเลิก


3 การรีวิว (Review) สินค้า


เราสามารถหารายได้จากการรีวิวสินค้าออนไลน์ได้เช่นกัน เราอาจจะใส่อีเมลและเบอร์โทรศัพท์ไว้ในประวัติช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ ติดต่อเราได้ง่าย จากนั้นก็อาจจะมีบริษัทที่ติดต่อเราแล้วเสนอให้ลองสินค้าฟรีเพื่อลงรีวิวในโซเชียลมีเดียต่างๆ และ/หรือมอบเงินค่ารีวิวให้ด้วยเป็นการตอบแทนนั่นเองค่ะ


จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน ก่อนเราจะตัดสินใจซื้อสินค้าอะไรสักอย่าง เช่น สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้า หรือเครื่องสำอางค์ เราก็ต้องลองค้นหาข้อมูลออนไลน์เพื่อดูรีวิวของคนที่เคยใช้สินค้าที่เราหมายตาไว้ก่อน เพื่อช่วยตัดสินใจว่าสินค้านี้จะเหมาะกับเราไหม คุ้มเงินหรือเปล่า มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง


เมื่อรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคว่าเป็นแบบนี้ พวกบริษัทต่างๆ จึงต้องหาวิธีช่วยโปรโมทสินค้าตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่กำลังจะออกจำหน่ายเร็วๆ นี้ เพื่อดึงความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย และเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของสินค้าด้วย


การรีวิวของผู้ที่ใช้จริงและเผยแพร่ลงบนโซเชียลมีเดียจะทำให้เวลาที่สินค้าออกขายจริงคนจะได้แห่กันไปลองไปซื้อนั่นเองค่ะ


ถ้าเราอยากจะหารายได้ด้วยวิธีนี้ อาจต้องใช้ความพยายามและเวลาในการสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ให้เป็นที่รู้จักของคนจำนวนมากเสียก่อน สร้างตนเองในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งก่อน แล้วโอกาสที่จะมีคนมาขอให้เราใช้สินค้าเพื่อรีวิวจะมีมากขึ้น


เช่น ถ้าเราชอบแต่งหน้า แล้วอยากหารายได้จากการรีวิวเครื่องสำอางค์ ก็เริ่มจากการลงรีวิวฟรีๆ เองก่อนตามโซเชียลมีเดียต่างๆ จากสินค้าที่เราซื้อมาใช้เอง โดยรีวิวของเราควรมีรูปภาพสวยๆ ประกอบ เขียนบรรยายให้สนุก และครอบคลุมทุกด้านของสินค้านั้น เช่น ความคุ้มค่า คุณภาพ เป็นยังไงบ้าง แล้วจะซื้ออีกไหม เป็นต้น


หากเราทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนเริ่มเป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือของคนในกลุ่มเป้าหมายที่จะใช้เครื่องสำอางค์ เชื่อสิคะว่าเดี๋ยวต้องมีคนมาติดต่อขอให้รีวิวสินค้าให้แน่นอน
สิ่งที่ควรคำนึงเสมอก็คือ พอได้สินค้ามารีวิวแล้ว อย่าอวยสินค้านั้นเพราะเกรงใจ ให้ลองใช้และโพสต์รีวิวตามความเป็นจริงเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของเราค่ะ


4การเขียนบล็อก


เหมาะกับคนที่ชอบเขียน ชอบเล่าเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของงานอดิเรก การบริหารจัดการเงิน การตลาด ภาษา อาการเจ็บป่วย การดูแลสุขภาพ ให้กำลังใจ เส้นทางสู่ความสำเร็จ ให้ความรู้ ฯลฯ เป็นต้น


ถ้าใครที่เล่าเรื่องเก่งๆ เขียนได้ดี เขียนอ่านง่าย มีวิธีการโปรโมทบทความหลายๆ ช่องทาง พอคนมาตามอ่านมากๆ เป็นประจำ เราอาจจะลองสมัคร Google Adsense คือการวางโฆษณาจาก Google บนบล็อกของเราเป็นการหาเงินเข้าอีกทางได้เช่นกันค่ะ


เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้โฆษณาอยู่ตรงไหนของบล็อกเรา โดยโฆษณาชิ้นนั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของบล็อกเรา เช่น ถ้าเราเขียนบล็อกการท่องเที่ยว โฆษณาที่ Google เสนอเรามาอาจจะเป็นโฆษณาของเว็บไซต์จองโรงแรม เป็นต้น


พอคนเข้ามาบล็อกของเราที่มีโฆษณาติดอยู่ และเมื่อคนที่เข้ามาได้คลิกที่โฆษณานั้น เราก็จะได้รับรายได้จากการคลิกผ่าน และ Google จะรวบรวมจำนวนเงินและ จ่ายให้กับเราก็ต่อเมื่อยอดเงินของเราถึงจำนวนขั้นต่ำที่ได้กำหนดไว้ โดยสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ช่องทางการรับเงินผ่านโอนเงินเข้าบัญชีธนา

คารของเราหรือใช้บัญชี PayPal


หลักการก็คือ ยิ่งคนเข้าชมบล็อกเรามากเท่าไร โอกาสที่จะสร้างรายได้จากการคลิกโฆษณาที่แปะบนบล็อกเราก็จะมากด้วย

4 Youtube Partner Program


อันนี้จะคล้ายๆ กับข้อ 3 คือ เป็นการอนุญาตให้ Google วางโฆษณาสินค้าในช่วงเริ่มต้นวิดีโอยูทูบของเรา หากคนที่เข้ามาชมวิดีโอของเราไปคลิกดูโฆษณาที่โผล่มาบนวิดีโอของเรา หรือด้านข้าง เราก็ได้ส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซนต์จากการที่มีคนเข้ามาคลิก เป็นต้น


ในประเทศไทยก็เริ่มมีหลายคนแล้วที่อัพโหลดวิดีโอลงยูทูบเป็นประจำแต่ส่วนมากทำเป็นงานเสริม แต่คนในหลายๆ ประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ยึดงานนี้เป็นอาชีพหลักมาหลายปีแล้ว และลาออกจากงานออฟไลน์กัน เพราะอาชีพนี้ ทำเงินไม่ใช่น้อยเลยล่ะค่ะ


แต่ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะลาออกจากงานออฟฟิศเดี๋ยวนี้เลยนะคะ เพราะการจะเป็นยูทูบเบอร์ (Youtuber) ที่ได้รับความนิยมขนาดที่ว่าสามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ข้ามคืนหรือภายในหนึ่งสัปดาห์


การจะทำงานนี้ให้มีรายได้จริงๆ ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก บุคลิกและนิสัยของเราก็มีส่วนเหมือนกันค่ะ รวมถึงความสม่ำเสมอของการอัพโหลดวิดีโอด้วย สิ่งที่ทำคัญที่สุดคือการสร้างคอนเทนท์ที่น่าสนใจและแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใครค่ะ


5 การมีสปอนเซอร์บทความ
หมายถึง การที่แบรนด์หนึ่งจ่ายเงินเพื่อที่จะได้ทำอะไรร่วมกับเรานั่นเอง เช่น ถ้าบริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่งจ่ายเงินให้กับบล็อกเกอร์ชื่อดังคนหนึ่ง เพื่อให้ทำงานร่วมกันและมีการกล่าวถึงบริษัทนี้ในบล็อกของเธอ แสดงว่าบริษัทนี้กำลังเป็นสปอนเซอร์ให้แก่บล็อกเกอร์คนนี้อยู่


วิธีนี้จะค่อนข้างตรงไปตรงมา อย่างถ้าเรามีอินสตาแกรมแล้วมีคนติดตามอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนมากเป็นคนรักสุขภาพเหมือนกัน หากมีบริษัทไหนที่ต้องการโปรโมทสินค้าเพื่อสุขภาพ เขาก็อาจจะติดต่อเราโดยจ่ายเงินให้เราเพื่อให้เราโพสต์เกี่ยวกับสินค้าของเขาในอินสตาแกรมของเรา


ยิ่งมีคนติดตามเรามากเท่าไร โอกาสที่จะมีรายได้มากขึ้นจากการมีสปอนเซอร์ก็จะยิ่งสูงขึ้น อย่างถ้าคนติดตาม 1,000 คน เราอาจจะทำเงินไม่ได้มากเท่าไร แต่ถ้าเรามีคนติดตามถึงหลักแสน แบบนี้จะเป็นที่น่าสนใจมากกว่าสำหรับบริษัทต่างๆ และเขาคงอยากจะทุ่มจ่ายให้เรามากกว่า


6 Airbnb
หากเรามีห้องเช่าที่ว่างๆ สามารถปล่อยให้เช่าได้ทั้งระยะสั้น ระยะยาว เว็บไซต์ Airbnb เป็นอีกทางออกในการทำเงินของเรากับห้องว่างๆ ที่เรามีอยู่ค่ะ เว็บไซต์นี้ที่เปิดโอกาสให้เราปล่อยเช่าที่พักได้ โดยคนเข้าใช้งานเว็บไซต์สามารถค้นหาที่พักในประเทศต่างๆ ได้กว่า 190 ประเทศทั่วโลก บางคนถึงกับทำเงินได้หลายหมื่นต่อเดือนจากการให้คนมาเช่าที่พักของตัวเองนี่แหละค่ะ


เราอาจจะต้องลงทุนจัดที่พักให้น่าอยู่เสียหน่อย ตกแต่ง ทาสีใหม่ ปรับปรุงเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ในห้อง ทำความสะอาดสถานที่ให้เอี่ยม แล้วถ่ายรูปสวยๆ ลงในเว็บไซต์ แบบนี้ก็จะช่วยดึงดูดสายตาให้คนมาเลือกดูรายละเอียดห้องพักของเรามากขึ้นได้


เคล็ดลับก็คือ หลังจากที่มีลูกค้ามาพักที่ของเราแล้ว เราอสามารถขอให้เขาเขียนรีวิวลงบนเว็บไซต์ให้เราด้วย ยิ่งหน้าที่พักของเรามีรีวิวดีๆ เยอะๆ ก็ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือ และคนที่มองหาที่พักในพื้นที่ของเราก็มีแนวโน้มจะมาใช้บริการที่พักของเรามากขึ้นค่ะ


การเริ่มหารายได้แบบนี้ช่วงแรกๆ เราอาจรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเวิร์คเท่าไรเพราะรายได้อาจจะเข้ามาอย่างช้าๆ แต่ของดีต้องใช้เวลานะคะ ก็อย่าเพิ่งถอดใจไป เพราะไม่ว่าเราจะทำงานอะไร ยังไงก็ต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผลลัพธ์ ถ้าสินค้าของเรามีคุณภาพ มีการโปรโมทสินค้าที่ดี หรือมีบริการที่ดี ประทับใจในแบบที่ไม่ซ้ำใคร ขยันสร้างคอนเทนท์ที่แปลกใหม่น่าสนใจมาแบ่งปัน ยังไงก็ประสบความสำเร็จแน่นอนค่ะ มาสิ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!