CPชวนนักลงทุนจีนนำเข้าวัตถุดิบยางแท่ง

CP เชิญชวนนักลงทุนจีนนำเข้าวัตถุดิบยางแท่ง เน้นคุณภาพ STR10 เชื่อต่อยอดธุรกิจส่งออกป้อนโรงงานยางล้อจีน 10 ราย เล็งขยายโรงยางพาราแห่งที่ 2 งบลงทุน 500 ล้านบาท
นายขุนศรี ทองย้อย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP กล่าวภายหลังร่วมเดินทางแลกเปลี่ยนข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้กับนักลงทุนจีนที่จะเข้ามาลงทุนในไทย ณ เมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ประเทศจีน ว่า จากการพูดคุยกับนักลงทุนประเทศจีน ได้แนะนำลูกค้า นักลงทุน ร่วมธุรกิจและเลือกการนำเข้าวัตถุดิบยางจากเมืองไทย โดยผู้ประกอบการยางล้อของจีนต้องการสินค้าคุณภาพดี สามารถตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของวัตถุดิบได้ ซึ่ง CP เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับตลาดยางแท่ง หลังจากได้เปิดโรงงานยางพาราแห่งแรกของ CP พื้นที่ 134 ไร่ ตั้งอยู่ที่ อ.วังสะพุง จ.เลย งบลงทุนประมาณ 400 - 500 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายพัฒนาเป็นโรงงานยางแท่ง STR10 เน้นคุณภาพดีสำหรับส่งออกจำหน่ายให้โรงงานยางล้อรถยนต์ และจำหน่ายในราคาที่เท่ากับคุณภาพยาง STR20 เบื้องต้นมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 30,000 - 40,000 ตันต่อปี และจะสามารถขยายกำลังการผลิตให้ครบ 60,000 ตันต่อปี ภายในเดือนพฤษภาคมนี้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมานักลงทุนของจีนประมาณ 10 ราย ได้เดินทางลงพื้นที่โรงงานของ CP เพื่อเข้าดูมาตรฐานการดำเนินการ โดย CP มั่นใจว่าจะสามารถต่อยอดการร่วมธุรกิจกับนักลงทุนจีนได้ทั้งหมด 10 รายในการส่งออกวัตถุดิบยางแท่งเพื่อป้อนสู่โรงงานผลิตยางล้อของจีน ซึ่งถือเป็นตลาดหลักของไทย
CPเล็งขยายโรงงานยางแห่ง2งบ500ล.
นายขุนศรี ทองย้อย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP เปิดเผยว่า จากการเปิดโรงงานยางพาราที่ จ.เลย CP ได้รับซื้อยางจากเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกว่า 7,000 ราย ในรัศมีรอบโรงงาน 30 กิโลเมตร มีปริมาณยางเพียงพอกว่า 300,000 ไร่ จากพื้นที่ที่มีการปลูกยางกว่า 800,000 ไร่ โดย CP ได้ส่งทีมงานส่งเสริมเข้าไปแนะนำ พัฒนาเกษตรกร ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพดี แก้ปัญหาน้ำยางในถ้วยให้สะอาดเพื่อลดต้นทุน รวมถึงเข้าไปช่วยเรื่องของเทคโนโลยี การตลาด เงินทุน โดยสามารถช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 3 - 5 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมกันนี้ CP อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายไลน์การผลิตเพิ่มที่ จ.เลย และขยายโรงงานยางพาราแห่งที่ 2 ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ในปี 2560 งบลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 60,000 ตันต่อปี
ขณะที่ความเป็นไปได้ในการเข้าไปลงทุนในโครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา Rubber City จ.สงขลานั้น อยู่ระหว่างการศึกษาพิจารณาถึงความเหมาะสม เทคโนโลยีในการต่อยอดพัฒนาธุรกิจ เบื้องต้นมองว่า ในพื้นที่มีโรงงานที่เกินกำลังการผลิต และอาจประสบปัญหาเรื่องแรงงานในอนาคต หลังจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ได้เริ่มมีการปลูกยางที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ตลาดยางของไทยยังเป็นเบอร์ 1 ของโลกในอนาคต แต่ทั้งนี้จะต้องพัฒนาคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ให้สามารถแข่งขันได้ โดยที่ผ่านมามองว่า ราคายางของไทยได้พ้นจุดต่ำสุดแล้ว และกำลังค่อยๆ ฟื้นตัว โดยมองว่าทั้งปี 2559 ราคายางจะอยู่ทีประมาณ 50 - 60 บาทต่อกิโลกรัม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)