“บัณฑูร”จี้รัฐลุยเมกะโปรเจ็กต์ฟื้นศก. แนะกล้าตัดสินใจ

“บัณฑูร”จี้รัฐลุยเมกะโปรเจ็กต์ฟื้นศก. แนะกล้าตัดสินใจ
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

“บัณฑูร”มองเศรษฐกิจเสื่อมถอยเกิดมานาน เป็นความล้มเหลวของระบบ เผยไตรมาสแรกชะลอตัว หวั่นที่เหลือซ้ำรอย กระทบเป้าจีดีพี 3.5% ทำไม่ได้ แนะรัฐเร่งโครงการขนาดใหญ่ขับเคลื่อน กล้าตัดสินใจ ช้าเกินไปถูกกล่าวหาฟื้นไม่ได้ ชี้ลงทุนไม่เกิด แรงกระตุ้นไม่มี พลังซื้อแฟบ กู้ติดเพดานแล้ว

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยในงานพิธีความลงนามความร่วมมือการทำธุรกิจระหว่างประเทศในภูมิภาค AEC+3 และงานสัมมนา AEC+3 Business Forum : Reshaping a New Paradigm for Growth ว่า ความเสื่อมถอยของการเจริญเติบโตเศรษฐกิจไทยขณะนี้ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นและสะสมมาจากความล้มเหลวโดยรวมของระบบที่จะทำให้คนทำงานร่วมกันไม่ได้ มัวแต่ทะเลาะ ประท้วงกัน ไม่มีการวางแผนรองรับล่วงหน้าอย่างเหมาะสม น้ำไม่มีใช้ ไม่มีการลงทุนใหม่ก็ละเลย โดยเฉพาะการลงทุน เรื่องทรัพยากรมนุษย์ ทำให้มีคนแต่คนเหล่านี้ไม่มีความรู้และความสามารถในรูปแบบใหม่ ทำให้ทำมาหากินไม่ได้ และไม่ต้องพูดถึงกฎกติกาที่เกิดขึ้นในโลก เราไม่ทำตาม ทำให้ค้าขายกับประเทศต่างๆไม่ได้ และมีปัญหาทั้งเรื่องปัญหาประมงและปัญหาการบิน

นายบัณฑูรกล่าวว่า สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสแรกยังชะลอตัวอยู่ หากอีกสามไตรมาสที่เหลือสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ เชื่อว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่ 3.5% น่าจะทำไม่ได้ ซึ่งช่วงที่เหลือของปีก็ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย การส่งออกก็น่าจะติดลบ เพราะทั่วโลกก็เป็นทิศทางเดียวกันหมด แต่หวังว่าสถานการณ์จะมีแนวโน้มดีขึ้น ต้องไปเร่งโครงการลงทุนต่างๆ อะไรที่ติดขัดก็ต้องมีคนตัดสินใจ ภาวะปัจจุบันเป็นภาวะที่มีความท้าทายว่าจะปลุกการลงทุนได้อย่างไร เพราะถ้าไม่ลงทุนก็จะไม่มีแรงกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อน

นายบัณฑูรกล่าวว่า โครงการลงทุนขนาดใหญ่จำเป็นต้องเกิดขึ้น แต่ยังมีปัญหาในแง่การลงทุนที่ยังต้องมีการหารือและยังสรุปผลไม่ได้ เช่น รถไฟไทยจีน ถ้ารัฐบาลเลือกเร็วก็ต้องขัดบางอย่าง แต่ถ้าทำถูกต้องตามขั้นตอน โครงการก็จะช้า เงินไม่เข้าระบบ ซึ่งไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรก็ไม่มีใครถูกใจ แต่ที่ประเด็นที่สำคัญ คือ ต้องมีใครสักคนตัดสินว่าจะแลกเปลี่ยนเวลากับความถูกต้องตามกฎเกณฑ์หรือไม่ เพราะหากโครงการล่าช้าเกินไปรัฐบาลก็โดนหาว่าฟื้นเศรษฐกิจไม่ได้ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ขาวไม่ดำจึงต้องมีคนตัดสินใจ ถ้าไม่มีคนตัดสินใจ การลงทุนก็จะไม่เกิด ผลในแง่กระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่มี

นายบัณฑูรกล่าวว่า ขณะนี้ในส่วนพลังของขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคการเงินยังมี แต่คนกู้กู้ไม่ไหว โดยเฉพาะผู้บริโภครายย่อยเพราะหนี้ท่วม ถ้าปล่อยกู้มาหนี้ครัวเรือนก็จะยิ่งสูงและความเสี่ยงกลับมาสู่สถาบันการเงินได้ ส่วนภาคธุรกิจยังมีความต้องการ แต่ต้องขึ้นกับการลงทุนโครงการภาครัฐที่จะต้องเกิดขึ้น ทั้งนี้การผันเงินลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดกำลังซื้อก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนทำให้ยังมีความล่าช้าอยู่

“พลังซื้อตอนนี้มันแฟบ จะกระตุ้นโดยรถ กระตุ้นโดยบ้าน ได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะกู้จนติดเพดานแล้ว ติดขอบด้วยกันทุกคน ทั้งคนกู้และสถาบันการเงินก็ติดขอบเช่นกัน” นายบัณฑูรกล่าว

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!