BOIอนุมัติส่งเสริมการลงทุน14โครงการ

BOIอนุมัติส่งเสริมการลงทุน14โครงการ

BOIอนุมัติส่งเสริมการลงทุน14โครงการ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บีโอไอ อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 14 โครงการ มูลค่า 39,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดขอรับส่งเสริม ม.ค. โตกว่า 3 เท่าจากปีก่อน พร้อมเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนท้องถิ่น

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการในกลุ่มต่างๆ จำนวน 14 โครงการ เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 39,329.44 ล้านบาท อาทิ กิจการในกลุ่มกิจการด้านการเกษตรที่มีเงินลงทุนรวมกว่า 9,253.3 ล้านบาท กิจการในกลุ่มแร่เซรามิกส์ เงินลงทุน 7,645 ล้านบาท กิจการในกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง เงินลงทุนรวม 4,690.6 ล้านบาท กิจการลงทุนตามนโยบาย Super Cluster เงินลงทุน 1,754.1 ล้านบาท กิจการในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เงินลงทุน 2,159 ล้านบาท

ขณะที่ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในเดือนมกราคม 2559 มีจำนวน 90 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 25,010 ล้านบาท เติบโตจากมกราคมปี 2558 ถึง 3 เท่าที่มียอดขอรับส่งเสริม 33 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 7,500 ล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนได้เข้าใจถึงนโยบายการส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจนและมีมาตรการเร่งรัดการลงทุนเพิ่มมากขึ้นหลังจากปีที่ผ่านมาได้มีกฎเกณฑ์การใช้นโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ โดยทั้งปี 2559 ตั้งเป้ายอดขอรับส่งเสริมการลงทุนที่ 450,000 ล้านบาท แบ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายกว่าร้อยละ 60 ของยอดทั้งหมด และตั้งเป้าให้เกิดการลงทุนจริงในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 600,000 ล้านบาท

 

BOIเห็นชอบมาตรการส่งเสริมลงทุนท้องถิ่น

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนท้องถิ่น (Local Investment) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิตการเกษตรในท้องถิ่น และยกระดับแหล่งการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ให้เกิด "1 ตำบล 1 โรงงานแปรรูปเกษตร 1 แหล่งท่องเที่ยว" ตามนโยบายรัฐบาล แบ่งวิธีการลงทุนเป็น 2 กรณี คือ กรณีลงทุนโดยบริษัทขนาดใหญ่จะให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปีกับกิจการที่ดำเนินการอยู่เดิมของบริษัทแม่ วงเงินไม่เกินมูลค่าเงินลงทุนของโครงการแปรรูปเกษตรที่ลงทุน และกรณีลงทุนโดยสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน หรือผู้ประกอบการทั่วไปที่ลงทุนตั้งโรงงานจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี รวมถึงการผ่อนปรนลดขนาดการลงทุนขั้นต่ำจาก 1 ล้านบาท เหลือ 1 แสนบาท และอนุญาตให้นำเครื่องจักรใช้แล้วในประเทศบางส่วนมาใช้ในโครงการได้

แนวทางที่ 2 การส่งเสริมกิจการศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรและโรงงานแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่น รวมทั้งผู้ผลิตสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน มีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าที่มีประสิทธิภาพและเป็นแหล่งสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี และแนวทางที่ 3 การส่งเสริมกิจการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสนับสนุนการสร้างจุดขายใหม่ๆ ด้านการท่องเที่ยว โดยยกระดับแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นให้มีคุณภาพ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐาน จะให้ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 - 5 ปี โดยกิจการที่สนใจลงทุนภายใต้มาตรการส่งเสริมการลงทุนท้องถิ่นจะต้องยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนภายในปี 2559 และเริ่มการผลิตหรือให้บริการภายในปี 2560

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล