วางแผนการเงินยังไง เมื่อ ท้องตอนไม่พร้อม

วางแผนการเงินยังไง เมื่อ ท้องตอนไม่พร้อม

วางแผนการเงินยังไง เมื่อ ท้องตอนไม่พร้อม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การมีลูกน้อยเพื่อเป็นโซ่ทองคล้องใจคนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ว่าครอบครัวไหนๆต่างก็ต้องการกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้การที่จะมีภาระเพิ่มขึ้นมาในบ้าน ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปหากครอบครัวนั้นๆยังไม่พร้อมเอาเสียจริงๆจังๆนั่นเอง เพราะการที่เราจะเลี้ยงดูเด็กให้เติบโตได้นั้นต้องพบกับรายจ่าย ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย ไม่น้อยเลยทีเดียว


ทั้งนี้วันนี้เมื่อเขาได้มาแล้ว จะพร้อมหรือไม่พร้อม ต้องการหรือไม่ หน้าที่ของคนเป็นพ่อเป็นแม่คือการเลี้ยงดู และให้ความรักเขาให้ได้มากที่สุดเลยนั่นเอง และมันจะดีไม่น้อยเลยทีเดียวหากคนที่ไม่มีความพร้อม แต่ทำการเตรียมความพร้อมเพื่อการเลี้ยงลูก หรือรับมือกับปัญหาการเงินที่อาจตามมาได้อย่างเป็นระบบระเบียบก่อนที่ลูกน้อยจะเกิดมานั่นเอง


และวันนี้ทางเราก็ได้มีเทคนิคในการจัดการกับการเงิน การบริหารการเงิน ในกรณีที่มีลูกน้อยตอนไม่พร้อมมาฝากกันเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตนั่นเอง


คุณรู้หรือไม่ว่าการทีคุณได้มีลูกน้อยสักคนนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายๆอย่างที่คิดกันเลยทีเดียว เพราะดังคำกล่าวที่คนโบร่ำโบราณได้กล่าวไว้ว่า การมีลูกสักคนต้องมีรายจ่ายค่อนข้างมากจนมีคำเปรียบเปรยว่ามีลูกหนึ่งคนจนไป 10 ปี


ดังนั้นก่อนที่จะมีบุตรคู่สามีและภรรยาต้องมานั่งวางแผนทางการเงินให้เรียบร้อยก่อน ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงมีอะไรบ้างดังนี้


• การมีบุตรสักคนเป็นหน้าที่ของคุณเลย ที่จะต้องคำนวณว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และต้องเตรียมความพร้อมกับค่าใช้จ่ายเหล่านั้น โดยการต้องเตรียมหรือจัดหาไว้ล่วงหน้าเพื่อรองรับการใช้จ่ายอย่างน้อย 60 % ก่อนที่จะให้กำเนิดลูกน้อยนั่นเอง
• ต้องเตรียมความพร้อมในการมีบุตรว่าจะส่งผลกระทบต่อรายจ่าย หรือรายรับอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้หาแนวทางในการรับมือ เพราะคุณแม่บางคนอาจต้องมีค่าใช้จ่ายระหว่างคลอด หรือการลาออกจากงานเพื่อทำการเลี้ยงลูกเลยนั่นเอง จึงจำเป็นอย่างมากที่จะได้หาแนวทางเหล่านั้นนั่นเอง
• การคิดวางแผนตอนถึงการลางานตอนที่คุณคลอด
• ตรวจสอบกรมธรรม์ประกันชีวิตว่าครอบคลุมการใช้จ่ายเกี่ยวกับการคลอดแค่ไหน และครอบคลุมถึงเด็กด้วยหรือไม่
• เป็นเรื่องที่คนที่กำลังจะเป็นพ่อ หรือแม่คนจะต้องเตรียมใจ ที่จะรับมือกับการเกิดมาของลูกน้อยนั่นคือการประหยัด การลดค่าใช้จ่ายกันได้แล้วนั่นเอง


เมื่อคุณมีลูกน้อยสิ่งที่โตพร้อมลูกน้อยก็คืองบการเงินซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สามารถทราบล่วงหน้า และค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถคาดเดาเพราะร่ายจ่ายที่คุณเองต้องเสียไปในการเลี้ยงดู ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นล้วนแต่เป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นวันนี้จึงต้องเตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพื่อที่จะรับมือกับปัญหาเหล่านั้น ซึ่งมีเทคนิคดังต่อไปนี้


1. จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ให้คุณจัดทำรายจ่ายทั้งหมด ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าผ่อนบ้านค่าประกันชีวิต ค่าอาหาร ค่าเครื่องแต่งตัว ค่าน้ำมัน อื่นอีกมากมาย แล้วไปเปรียบเทียบกับรายรับในแต่ละเดือน ว่าเหลือเงินเท่าใด ส่วนที่เหลือนี้พอเหลือเก็บหรือไม่ พอที่จะสะสมให้ลูกหรือไม่ เมื่อทราบรายรับรายจ่ายแล้วคุณก็คงจะมีแนวทาง ที่จะตัดรายจ่ายอะไรบ้าง และมีหนทางที่จะเพิ่มรายได้อย่างไร ปริมาณเท่าใด  แต่อย่าลืมสะสมส่วนหนึ่งไว้สำหรับเรื่องที่ไม่คาดฝัน และสะสมเพื่อการศึกษาของลูก


ในการที่คุณพ่อหรือคุณแม่ต้องการที่จะจัดซื้อของใช้สำหรับเด็ก จัดงบสำหรับซื้อของใช้ของจำเป็นสำหรับเด็ก หากคุณมีงบจำกัด ต้องจัดอันดับความสำคัญก่อน และให้ตรวจดูว่ามีพี่น้องหรือคนรู้จักได้ตั้งครรภ์ก่อนหน้านี้หรือไม่หากมีก็สามารถหยิบยืมมาใช้ เพราะเด็กโตเร็ว


2. ให้ตรวจสอบประกันชีวิต ให้ตรวจสอบประกันชีวิตว่าครอบคลุมอะไรบ้าง หากประกันชีวิตไม่มีสิ่งที่ควรคิดหรือควรคำนึงเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ก็ ควรจะซื้อเพิ่ม ครอบคลุมการฝากครรภ์หรือไม่ ครอบคลุมการคลอดหรือไม่ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กหรือไม่ และที่สำคัญที่ควรคิดหรือพิจารณาเป็นอย่างยิ่งคือ มีการชดเชยรายได้ระหว่างคลอดลูกหรือไม่


การซื้อประกันชีวิต เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดกับครอบครัวของคุณโดยไม่คาดฝัน เด็กจะได้มีหลักประกันบางอย่าง หากมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น สำหรับความคุ้มครองที่ควรจะมีไว้คือ


• ทุนการศึกษาของลูก เป็นสิ่งที่คุณต้องเตรียมการ หรือเตรียมความพร้อมเป็นเรื่องแรกๆเลยก็ว่าได้
• ควรจะมีเงินสักก้อนหากว่าเกิดความพิการ
• ควรมีเงินชดเชยหากเจ็บป่วยต้องหยุดงาน
• ควรจะมีเงินชดเชยหากพิการตลอดชีวิต


เชื่อได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว หากคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยได้คำนึง หรือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะการที่คุณได้ทำการวางแผน เพื่อเตรียมการรับมือนั้น เป็นการที่คุณได้เตรียมความพร้อมไปในตัว เพราะกว่าที่ลูกน้อยจะกำเนิดมานั้น ยังพอมีเวลาที่จะให้คุณได้ตั้งแนว หรือวางแผนที่จะรับมือได้นานถึง 9 เดือนเลยนั่นเอง


มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมานั่งท้อ หรือต้องมานั่นเครียด เพราะเวลานี้คือเวลาที่ต้องเตรียมความพร้อม เพื่อต้อนรับคนที่กำลังจะเกิดมากันแล้วนั่นเอง บอกได้เลยว่าถ้ามัวแต่มานั่งบ่น หรือบอกกับตัวเองว่าไม่พร้อมนั้น คนอีกคนที่กำลังจะออกมาก็จะรับผลพลอยได้ที่ลำบากไม่น้อยเหมือนกันนั่นเอง

Advertorial

สนับสนุนเนื้อหาโดย MoneyHub

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook