"บิ๊กตู่"อุ้มยาง สั่ง 8 กระทรวงใช้งบฯรับซื้อ ขู่เล่นงานพวกกดราคา "ไก่อู"วอนอย่ากดดัน

"บิ๊กตู่"อุ้มยาง สั่ง 8 กระทรวงใช้งบฯรับซื้อ ขู่เล่นงานพวกกดราคา "ไก่อู"วอนอย่ากดดัน
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

“บิ๊กตู่” สั่ง 8 กระทรวง ใช้งบฯรับซื้อยาง จี้ส่งความต้องการให้สำนักเลขาฯรวบรวมก่อนเที่ยงพรุ่งนี้ จ่อคาดโทษผู้รับซื้อยางราคาสูงกว่าข้อตกลง ขู่พวกกดราคาโดนกฎหมายเล่นงานแน่ แต่ยังไม่ใช้ยาแรง ม.44 วอนชาวสวนอย่าเข้ากรุงกดดันปิดถนน ขอเกษตรเชื่อ“ความจริงใจของรัฐ” จะแก้ปัญหาได้


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงปัญหาราคายางพาราตกต่ำว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความเป็นห่วงเรื่องปัญหายาง และได้ติดตามปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา มีการประชุมร่วมกันกับตัวแทนทุกฝ่ายที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ข้อยุติที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่า

ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อยางตกลงกันจะซื้อยางไม่ให้ราคาต่ำกว่าที่เป็นอยู่ เพราะปัจจุบันราคายางแผ่นดิบชั้น 3 อยู่ที่กิโลกรัมละ 34 บาท โดยจะยังไม่พูดถึงข้อกฎหมาย นอกจากนี้รัฐบาลยกระดับราคาให้สูงขึ้นเท่าที่ทำได้ในเวลาที่เหมาะสม และเชื่อว่านี่เป็นแนวทางที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน แม้อาจไม่ทำให้เป็นที่ถูกใจทั้งหมดได้ แต่ถือว่าช่วยทำให้ปัญหาผ่อนจากหนักเป็นเบาได้

ขณะเดียวกัน จากวันนี้ถึงวันที่ปิดกรีดยางคือ อีก 3 เดือน ประมาณการกันว่าจะมียางออกสู่ตลาดประมาณ 8 แสนตัน ซึ่งกลุ่มที่ซื้อยางทุกส่วนยอมรับในกฎกติกาว่าจะแบ่งสันปันส่วนกันซื้อยางให้หมด ไม่ให้มียางตกค้าง นอกจากนี้ยังมีการแก้ปัญหาโดยใช้ 16 มาตรการของรัฐบาลที่เคยประกาศไว้เพื่อดำเนินต่อไป และทุกส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องนำเรื่องนี้ไปชี้แจงให้เกษตรกรที่เกี่ยวข้องรับทราบ

พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่า การยกราคาให้สูงตามที่มีการเรียกร้องกันนั้นยาก เพราะทุกคนทราบดีว่าราคายางโลกตก ปริมาณล้นตลาด จึงอยากให้คุยด้วยเหตุผล ไม่อยากเห็นการกดดันรัฐบาลแล้วทำผิดกฎหมาย เพราะปัจจุบันการชุมนุมกระทำไม่ได้ แต่รัฐบาลไม่อยากพูดเรื่องกฎหมายเพราะมันเป็นยาแรง และเกษตรกรกำลังเดือดร้อนอยู่ ถ้าใช้ยาแรงเกรงว่าจะบั่นทอนความรู้สึก แต่ยืนยันว่าไม่อยากให้มีการชุมนุม กดดัน แต่ถ้าจะรวมตัวกันประชุมเพื่อสรุปข้อมูลทั้งหมด แล้วรายงานมาให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ก็ยินดีรับฟัง แต่หากจะปิดถนน เดินขบวน หรือเข้ากรุงเทพฯ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง

นอกจากนี้ เรื่องบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่ขณะนี้ยังไม่เสร็จ นายกฯได้สั่งการเร่งรัดให้ส่วนที่เกี่ยวข้องให้เอาเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ได้ ซึ่งหากวันที่ 12 มกราคมเข้า ครม.ไม่ทัน ก็นำเข้าสัปดาห์หน้าแทน เชื่อว่าถ้าบอร์ดเรียบร้อยแล้ว กลไกทั้งหลายจะเดินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“หลังจากตกลงกันแล้วเมื่อวันที่ 7 มกราคม จะมีส่วนต่างๆ ติดตามตรวจสอบว่า มีผู้รับซื้อคนใดไม่ปฏิบัติตามกติกาหรือไม่ ซึ่งถ้ามี เราจะติดต่อเป็นรายบุคคลโดย การตักเตือน และถ้ายังประพฤติอยู่ เราก็ต้องว่ากันด้วยกฎหมาย แต่เราจะยังไม่พูดถึงมาตรา 44 เพราะยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคุมอยู่ คือ พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ศ.2542 และกฎหมายควบคุมสินค้า เป็นต้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าอย่างน้อยมาตรการดังกล่าวจะไม่ทำให้ราคายางตกไปกว่านี้” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.ต.สรรเสริญกล่าวอีกว่า นอกจากนั้น นายกฯมีคำสั่งไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 8 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจะต้องรวบรวมความต้องการไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะช่วยรับซื้อยางเพื่อนำไปใช้ในความรับผิดชอบของแต่ละกระทรวงอย่างไรบ้าง จากนั้นให้ส่งสำเนามายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อรวบรวมภายในเวลา 12.00 น. วันที่ 11 มกราคมนี้

โดยนายกฯให้แต่ละกระทรวงใช้งบประมาณตัวเองในการรับซื้อ และมีความเป็นไปได้ว่าจะรายงานเข้าที่ประชุม ครม.วันที่ 12 มกราคมนี้ทันที ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และวิงวอนว่าอย่าทำในลักษณะที่กดดันรัฐบาล เพราะการกดไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หากคุยด้วยเหตุผลยอมรับว่าราคาไปแค่ไหนอย่างไร ทำอย่างไรไม่ให้ราคาทรุดไปกว่านี้

เมื่อถามว่า อะไรเป็นหลักประกันว่าราคายางจะไม่ตกลงมากไปกว่านี้ พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ความจริงใจที่รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาทุกเรื่อง เกษตรกรทุกกลุ่มรัฐบาลรับฟังปัญหามาหมด อะไรที่เป็นปัญหาของเกษตรกร รัฐบาลพยายามลงไปให้ถึงต้นตอจริงๆ รับฟังว่า จะทำได้แค่ไหน เพราะหากใช้การอุดหนุน ก็จะแค่ทำให้เกษตรพึงพอใจแค่ประเดี๋ยวประด๋าว แบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!