พลังงานสรุปยอดใช้น้ำมันปี58เพิ่ม8%

พลังงานสรุปยอดใช้น้ำมันปี58เพิ่ม8%
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

กระทรวงพลังงาน สรุปสถานการณ์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปี 58 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.2% หลังราคาตลาดโลกดิ่ง คาดยอดใช้น้ำมันเบนซิน ปี 59 โต 9.7% ตาม จีดีพี ประเทศ 3-4% พีคสุด 28,300 - 29,000 เมกะวัตต์

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์การใช้พลังงานในปี 2558 พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ประมาณร้อยละ 4.2 ในทุกผลิตภัณฑ์มาอยู่ที่ 131.6 ล้านลิตรต่อวัน จากเดิมปี 2557 มีปริมาณการใช้ 126.5 ล้านลิตรต่อวัน โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันเบนซิน มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 อยู่ที่ 26.4 ล้านลิตรต่อวัน และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 มียอดการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 59.9 ล้านลิตรต่อวัน เป็นผลจากราคาน้ำมันดิบดูไบลดลงอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ความต้องการใช้ก๊าซแอลพีจี ปรับตัวลดลงร้อยละ 5.4 มียอดการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 23.2 ล้านลิตรต่อวัน จากเดิมที่ 24.6 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นผลจากการที่กระทรวงพลังงาน ปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นใกล้เคียงกับน้ำมัน ประชาชนบางส่วนจึงหันกลับมาใช้น้ำมันตามเดิม

 

พลังคาดยอดการใช้เบนซิน59โต9.7%

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า แนวโน้มสถานการณ์การใช้พลังงานในปี 2559 คาดว่า การใช้น้ำมันสำเร็จรูปจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 3 เป็นการประมาณการตัวเลขที่สอดรับกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ประมาณการว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 3 - 4 แบ่งเป็นการใช้น้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 ดีเซลเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 ส่วนการใช้แอลพีจี จะลดลงต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 2.5 ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เป็นขาลง ซึ่งคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จะอยู่ในกรอบ 35 - 45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับความต้องการใช้ก๊าซเอ็นจีวี ที่จะลดลงร้อยละ 1 ขณะที่แนวโน้มการใช้ไฟฟ้า คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น และสอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ PDP 2015 อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า ความต้องการใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ปีนี้ จะอยู่ที่ 28,300 เมกะวัตต์ และไม่เกิน 29,000 เมกะวัตต์ โดยมีระดับการเฝ้าระวังอยู่ที่ 28,500 เมกะวัตต์

 

พลังงานเล็งเปิดสัมปทานปิโตรฯรอบ21Q3/59

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ความคืบหน้าการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 และ และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ล่าสุดได้มีการนำข้อเสนอและความคิดเห็นที่แตกต่างมาปรับปรุงแก้ไขให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนอย่างสูงสุด โดยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนที่จะส่งร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาเห็นชอบ โดยจะมีการตั้งกรรมาธิการพิจารณาจำนวน 35 คน จากปกติที่จะมีประมาณ 15 คน โดยจะเน้นตัวแทนจากทุกฝ่าย ที่มีความคิดเห็นแตกต่างมาร่วมแสดงความคิดเห็น และร่วมปรับปรุงข้อกฎหมาย แต่ต้องมิใช่บุคคลที่เข้ามาปั่นป่วน โดยคาดว่าจะสามารถพิจารณาประกาศให้เอกชนเข้ายื่นสิทธิ์เพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 ได้ภายไตรมาสที่ 3 ของปี 2559 จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ในไตรมาส 2 

นอกจากนี้ นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน กกพ. กล่าวยืนยันว่า กกพ. จะดูแลอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ เอฟที ให้อยู่ในระดับเดิมที่ -4.8 สตางค์ต่อหน่วย หรือ ปรับลดลง แต่ต้องประเมินอัตราแลกเปลี่ยนเป็นระยะ เนื่องจากทุกการเปลี่ยนแปลง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟ 5 - 6 สตางค์