10 แนวทาง สำหรับการเป็นฟรีแลนซ์ที่ Strong

ejobeasy

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่ว่าคุณจะทำงานฟรีแบนซ์แบบเต็มเวลา (Full-time) หรือว่าแบบพาร์ตไทม์ (Part-time) ก็ตาม มีความจำเป็นเหลือเกินที่คุณจะต้องมีเวลาการทำงานที่ดีกับงานที่คุณทำ ฟรีแลนซ์ที่ประสบความสำเร็จ จะต้องเป็นคนที่วางกฎเกณฑ์ให้กับตัวเองให้ได้ และเมื่อนั้นงานที่ออกมาจะได้ทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล

เราลองมาดูกันว่า สิ่งที่คุณควรจะทำในแต่ละวันมีอะไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางการเดินไปสู่ความสำเร็จของคุณ

ข้อ 1. วางแผนรายวัน

การเริ่มต้นงานในแต่ละวันได้ดีนั้น เริ่มจากการที่คุณวางแผนงานที่ชัดเจน คุณควรจะรู้ว่า ใน 1 วัน คุณมีคิวงานอะไรบ้าง คุณอาจจะต้องเรียงลำดับงานของคุณเป็นรายชั่วโมงเลยก็ได้ อาจจะมองไปถึงผลของงานแต่ละชิ้นคืออะไร สามารถที่จะประหยัดเวลาการทำงานช่วงไหนได้บ้าง

ข้อ 2. ทำงานในที่ของคุณ

เชื่อได้เลยว่า ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ที่นั่งทำงานอยู่ที่บ้าน อาจจะไม่ใช่สถานที่ที่ดีที่สุด ในการรังสรรค์ผลงานของคุณ คุณควรที่จะหาพื้นที่ในการทำงานของคุณ หากว่าวันนี้ไม่มี คุณก็ควรที่จะสร้างมันขึ้นมา การมีที่ทำงานส่วนตัวของคุณ จะทำให้คุณได้รับความสะดวกสบายในการทำงาน เครื่องไม้เครื่องมือไม่กระจัดกระจาย

ข้อ 3. เช็กเมลของคุณ

คุณควรจะเริ่มต้นวันทำงานของคุณ ด้วยการเช็กเมลพร้อมกับเคลียร์ในส่วนที่ผ่านไปแล้ว คุณอาจจะใช้เวลาส่วนนี้สัก 5 นาที การเช็กเมลตั้งแต่เริ่มต้น จะทำให้คุณมีโอกาสตรวจสอบตารางงานของคุณอีกครั้ง ซึ่งคุณอาจจะต้องมีการวางตารางใหม่ หากว่ามีคิวงานที่เร่งด่วนกว่าผ่านเมลของคุณ คุณอาจจะต้องสร้างแฟ้มข้อมูล (Folder) แยกงาน หรือว่ารายชื่อลูกค้าของคุณไว้เลย เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บและค้นหา


ข้อ 4. ใส่ใจกับตัวเลขใช้จ่าย

สำหรับฟรีแลนซ์ทุกคน ควรจะทำความเข้าใจกับงบรายรับ/รายจ่าย ไว้ด้วย เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่ตัวคุณเอง จะต้องรู้ตัวเลขรายรับ-รายจ่าย ด้วยตัวคุณเอง หากเป็นไปได้ คุณควรจะแยกบัญชีระหว่างบัญชีส่วนตัว กับ บัญชีรายได้จากงานฟรีแลนซ์ เพราะจะทำให้คุณมีความชัดเจนเรื่องตัวเลขรายรับ/รายจ่ายมากขึ้น

ข้อ 5. เช็กโพสต์ในโซเชียล เน็ตเวิร์ค ด้วย

ในหนึ่งวัน คุณควรที่จะเอาตัวของคุณเข้าไปอยู่ในโซเชียล ช่วงเวลาสั้น ๆ และบางที คุณก็อาจจะใช้เวลาเพียงน้อยนิด โพสต์ในสิ่งที่เป็นคุณต้องการป่าวประกาศเกี่ยวกับงานของคุณ ปฏิเสธไม่ได้ว่า โซเชียลเน็ตเวิร์ค ช่วยให้คุณเป็นที่รู้จักของคนมากขึ้น แต่ไม่ควรที่จะอยู่กับโซเชียลทั้งวัน ประมาณวันละ 30 นาที กำลังพอดี

ข้อ 6. ตั้งเป้าหมายแล้วไปให้ถึง


หากอยู่ในโลกของงานแล้ว หัวหน้าของคุณจะช่วยในเรื่องของการวางแผนงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของแต่ละคน แต่เมื่อคุณเป็นฟรีแลนซ์ คุณต้องทำมันเอง โดยเป้าหมายที่วางไว้ ควรมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว หรือจะมีเป้าหมาย เป็นรายวัน รายสัปดาห์ก็ได้

ข้อ 7. อัปเดตธุรกิจของคุณอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่เลวร้ายที่สุดอย่างหนึ่งของฟรีแลนซ์ ก็คือ โลกได้เดินผ่านหน้าของคุณไปแล้ว มีความจำเป็นเหลือเกินที่คุณจะต้องอัปเดตเรื่องราวต่าง ๆ อาทิ เทรนด์ของธุรกิจ สินค้า เทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดเวลา นอกจากติดตามด้วยตัวเอง คุณอาจจะต้องหาเวลาไปสัมมนา หรือเรียนเพิ่มเติมคอร์สสั้น ๆ ด้วย

ข้อ 8. พักบ้างอะไรบ้าง

มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่คุณจะต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลาย ๆ ชั่วโมง ใน 1 วัน คุณควรที่จะเว้นวรรค ลุกจากเก้าอี้ เดินไปพักผ่อนสมอง สายตาคุณบ้าง จิบกาแฟอุ่น ๆ ให้สมองปลอดโปร่งบ้าง

ข้อ 9. ติดตามความคืบหน้ากับลูกค้า

คุณควรมีตารางติดต่องานกับลูกค้า ไม่ว่าจะทางเมลหรือว่าโทรศัพท์ คุณควรจะจดจำบทสนทนาต่าง ๆ ระหว่างคุณกับลูกค้าได้อย่างแม่นยำ จำไม่เก่ง ก็ควรจะจดบันทึกในข้อความสำคัญซะ เพื่อหากมีการสอบถามจากลูกค้า คุณสามารถที่จะโต้ตอบได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง

ข้อ 10. ทบทวนตารางงานเป็นประจำ

คุณควรที่จะลองเปรียบเทียบเวลากันดูระหว่างที่คุณทำงานฟรีแลนซ์ของคุณ กับทำสิ่งอื่น ๆ เพราะการทำแบบนี้ จะทำให้คุณเซอร์ไพร์สกับผลที่ออกมา หลายคนอาจจะใช้เวลาไปกับการเข้าโซเชียล เน็ตเวิร์ค เช็กเมลส่วนตัว หรือแม้แต่ซักผ้า เมื่อนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน ซึ่งการจัดทำการจัดสรรเวลาของคุณ จะทำให้คุณรู้ว่า คุณทำอะไรไปบ้างในแต่ละช่วงเวลาของวัน มากหรือน้อยเกินไป

ขอทิ้งแนวคิดที่ว่า Work way more than you thought
Work way less than you thought