“ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์” เล็งหุ้นไอพีโอ 168 ล้านหุ้น ระดมทุนปลายปี 58 นี้

“ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์” เล็งหุ้นไอพีโอ 168 ล้านหุ้น ระดมทุนปลายปี 58 นี้
S! Money (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

“ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์” เล็งหุ้นไอพีโอ 168 ล้านหุ้น ระดมทุนปลายปี 58 นี้

ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ช่วงปลายปีนี้ ด้านผู้บริหาร “ชัชชวี วัฒนสุข” เผยเตรียมนำเงินที่ได้ไปขยายธุรกิจและใช้เป็นทุนหมุนเวียน ขณะที่ “สมภพ กีระสุนทรพงษ์” FA มือทอง! จาก บล.ฟินันเซีย ไซรัส มั่นใจศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง-เติบโตอย่างมั่นคง เตรียมขายหุ้นไอพีโอเร็วๆ นี้

นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) (TACC) ผู้ดำเนินธุรกิจจัดหา ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มประเภทชาและกาแฟ เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ปลายปีนี้ เตรียมนำเงินที่ได้ไปใช้ในการขยายธุรกิจ และเป็นทุนหมุนเวียน ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม เนื่องจาก TACC ถือเป็นผู้จัดหา ผลิต และจำหน่ายเครื่องดื่มประเภทชาและกาแฟที่เน้นความเป็นเอกลักษณ์ และแตกต่างอย่างชัดเจน ทำให้มีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ได้แก่ เครื่องดื่มในโถกดที่ร่วมพัฒนากับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพื่อวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ “7-Eleven” ที่มีสาขากระจายทั่วประเทศ เช่น กาแฟเย็น ซึ่งเป็นตราสินค้าของ 7-Eleven และชานม ภายใต้ตราสินค้า “เชนย่า” (Zenya) ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัทฯ อีกทั้งยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตามฤดูกาล เช่น กาแฟลาเต้ ชากลิ่นจับเลี้ยง ชาเขียวมัทฉะ ชาเขียวนมกลิ่นแคนตาลูป โอเลี้ยง และกาแฟสูตรเย็นเจ ให้แก่ 7-Eleven อย่างต่อเนื่อง

“เราได้ทำธุรกิจร่วมกับร้านสะดวกซื้อชั้นนำของประเทศอย่าง 7-Eleven ในการพัฒนาเครื่องดื่มในโถกดมาเป็นเวลานานกว่า 12 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรายังได้ร่วมกับ 7-Eleven ในการพัฒนาเครื่องดื่มอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ในช่วงกลางปี 2557 ได้มีการพัฒนาเครื่องดื่มปรุงสำเร็จชนิดผงพร้อมชง เพื่อจำหน่ายให้แก่ร้าน All Cafe’ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่มชงสดที่ตั้งอยู่ในร้าน 7-Eleven ที่ได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ความสำเร็จของ

TACC เกิดจากการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการวิจัยและพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ และแตกต่างทั้งรูปแบบ และรสชาติ และเราไม่หยุดที่จะคิดค้น หรือพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อสร้างรายได้ และผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่บริษัทในอนาคต จึงตัดสินใจที่จะระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการที่ได้ร่วมงานกันในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้” นายชัชชวี กล่าวในที่สุด

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) (TACC) กล่าวว่า ธุรกิจของ TACC มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นคู่ค้าของ 7-Eleven ที่ทำธุรกิจร่วมกันมายาวนาน อีกทั้งมีสินค้าที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ทำให้มั่นใจว่า TACC มีศักยภาพในการขยายตัวได้อีกมากในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการร่วมพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ผ่านเครือข่ายสาขาของ 7-Eleven ที่มีอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ในตลาด นอกจากนี้ TACC ยังมีจุดแข็งที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด

เนื่องจากมีทีมงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความเชี่ยวชาญในการคิดค้น และพัฒนาสูตรสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างดีเยี่ยม
“TACC จะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 168 ล้านหุ้น แบ่งเป็นเสนอขายต่อประชาชน จำนวน 159 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ จำนวน 9 ล้านหุ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเสนอขายหุ้นไอพีโอ และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้ภายในปีนี้” นายสมภพ กล่าว

สำหรับธุรกิจของ TACC แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักคือ 1.ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทร่วมพัฒนากับพันธมิตรทางธุรกิจ (Business to Business : B2B) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในโถกดที่เป็นรสชาติหลัก ได้แก่ กาแฟเย็น ซึ่งเป็นตราสินค้าของ 7-Eleven และชานม ภายใต้ตราสินค้า “เชนย่า” ของบริษัท ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มปรุงสำเร็จชนิดผงพร้อมชง และผลิตภัณฑ์ที่บริษัทร่วมพัฒนาเพื่อจำหน่ายเป็นครั้งคราวหรือตามฤดูกาล 2.ผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายภายใต้ตราสินค้าของบริษัท (Business to Customer : B2C) ได้แก่ ชาเขียวพร้อมดื่มตรา “เชนย่า” กาแฟปรุงสำเร็จตรา “วีสลิม” เครื่องดื่มปรุงสำเร็จชนิดผงตรา “ชาช่า” ตรา “ณ อรุณ” และตรา “สวัสดี” ซึ่งจำหน่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
ผลการดำเนินงานของบริษัทงวด 6 เดือน ปี 2558 (เดือนม.ค.-มิ.ย.2558) มีรายได้รวม 498.92 ล้านบาท กำไรสุทธิ 38.95 ล้านบาท โดยบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทในแต่ละปี ภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย

[Advertorial]

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!