สวรรค์ช็อปปิ้ง "ฮ่องกง" สะดุด ค่าเช่าพุ่งปรี๊ด...แบรนด์หรูถอยทัพ

สวรรค์ช็อปปิ้ง "ฮ่องกง" สะดุด ค่าเช่าพุ่งปรี๊ด...แบรนด์หรูถอยทัพ
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ที่ผ่านมาบรรดาแบรนด์ไฮเอนด์ถือเป็นแม็กเนตสำคัญที่ช่วยดึงดูดขาช็อปจากทั่วทุกมุมโลกให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย จนกลายเป็นแดนสวรรค์ของการช็อปปิ้งที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาหลักล้านคนต่อเดือน สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า4.7 พันล้านเหรียญสหรัฐเฉพาะเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

แต่ล่าสุดสถานการณ์ทางเศรษฐกิจกำลังทำให้เทรนด์การช็อปปิ้งของเกาะแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไป

สำนักข่าว "อินไซต์รีเทลเอเชีย" รายงานโดยอ้างข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ "ซีบีอาร์อี" (CBRE) ระบุว่า จำนวนร้านค้ าที่เป็นแบรนด์ไฮเอนด์ในย่านช็อปปิ้งสำคัญของฮ่องกงอย่างคอสเวย์เบย์ จิมซาจุ่ย ม่งก๊ก และเซ็นทรัล กำลังลดลง และถูกแทนที่ด้วยร้านของแบรนด์ระดับกลางอย่างต่อเนื่อง

โดยตั้งแต่ต้นปี 2015 เป็นต้นมา ยอดขายของแบรนด์สินค้าระดับไฮเอนด์ในฮ่องกงเริ่มลดลง สะท้อนจากยอดขายเครื่องเพชรและนาฬิกาข้อมือที่ลดลง 15% ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาแซงหน้าตัวเลขค้าปลีกที่ลดลงเพียง 1.8% ในช่วงเดียวกัน

เรื่องนี้เป็นผลจากหลายปัจจัยโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับจีน ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวระดับกลางที่ไหลบ่าเข้ามาจากแผ่นดินใหญ่หลังรัฐบาลผ่อนปรนนโยบายข้ามแดน และจีดีพีของจีนที่เติบโตช้าลง ไปจนถึงนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นที่ทำให้การซื้อขายสินค้าหรูสะดุด ก่อนซ้ำด้วยค่าเงินเอเชียที่อ่อนตัวลงจนสินค้าหลายอย่างราคาแพงขึ้น

เมื่อรวมกับค่าเช่าร้านในย่านค้าขายสำคัญที่ระหว่างปี 2003-2014 พุ่งทะยานด้วยอัตราเฉลี่ย 213% ต่อปี จากการที่เซ็กเมนต์ไฮเอนด์ได้ผลักดันตลาดค้าปลีกของฮ่องกงให้เติบโต ส่งผลให้ในไตรมาส 2

ที่ผ่านมาบรรดาแบรนด์ไฮเอนด์ต่างพากันลดจำนวนร้านที่ยอดขายต่ำ ทั้งไม่ต่อสัญญาหรือยอมคืนพื้นที่ก่อนหมดสัญญาเพื่อควบคุมต้นทุน ในขณะเดียวกันฝ่ายเจ้าของพื้นที่ก็ถูกบีบให้ต้องปรับลดค่าเช่าร้านที่ว่างลงเพื่อหาผู้เช่ารายใหม่ให้เร็วที่สุด จึงเป็นช่องให้แบรนด์ระดับกลางสามารถเข้ายึดพื้นที่ในย่านช็อปปิ้งสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม แบรนด์ไฮเอนด์จะยังคงรักษาร้านเรือธง และร้านที่อยู่ในทำเลที่ดีของตนเอาไว้ ในขณะเดียวกันมีแนวโน้มที่หลายแบรนด์จะเริ่มเปิดไลน์สินค้าระดับกลางในบางสาขา เพื่อรองรับดีมานด์ของผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่เพิ่มขึ้นนี้

นอกจากนี้ "ซีบีอาร์อี" ยังได้คาดการณ์เทรนด์ค้าปลีกฮ่องกงในอีก 5 ปีเอาไว้ด้วย โดยระบุว่า แบรนด์สินค้าระดับกลางจะกลายเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันดีมานด์ของตลาดแทนแบรนด์ไฮเอนด์ ในขณะเดียวกันเม็ดเงินใช้จ่ายจากชาวฮ่องกงเองจะเพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนมากกว่าจากนักท่องเที่ยว และย่านช็อปปิ้งจะกระจายตัวออกไปยังส่วนต่าง ๆ ของเกาะฮ่องกงมากขึ้น โดยใน 5 ปีข้างหน้า 70% ของซัพพลายพื้นที่ขายจะอยู่นอกย่านคอสเวย์เบย์ จิมซาจุ่ย ม่งก๊ก และเซ็นทรัล โดยพื้นที่ค้าปลีกกว่า 56 ล้านตารางฟุตจะเป็นศูนย์การค้าไม่ใช่ร้านสแตนด์อะโลน

"โจ หลิน" ผู้อำนวยการฝ่ายบริการค้าปลีก ซีบีอาร์อี ฮ่องกง อธิบายว่า สภาพเศรษฐกิจจีนและโลก รวมถึงนโยบายของรัฐบาลจีนทำให้ดีมานด์ของผู้บริโภคระดับกลางมั่นคงกว่าระดับไฮเอนด์ แบรนด์สินค้าจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องหันมาจับกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับอัตราค่าเช่าพื้นที่นั้นคาดว่าน่าจะปรับลดลงไม่เกิน 5 ปี ก่อนจะทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากนโยบายพัฒนาเมืองย่อยต่าง ๆ จะทำให้ชนชั้นกลาง-บนเพิ่มขึ้น

แม้เรื่องนี้จะส่งผลกระทบทางธุรกิจ แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะสร้างความสมดุลให้กับวงการค้าปลีกของฮ่องกง นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว