ส.นักวิเคราะห์คาดเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยก.ย.

ส.นักวิเคราะห์คาดเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยก.ย.
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

'ไพบูลย์' คาดเฟดยังไม่ปรับดอกเบี้ยรอบเดือน ก.ย. เนื่องจากกังวลเศรษฐกิจที่ฟื้นไม่เต็มที่ รวมถึงค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า เผยต่างชาติรอความชัดเจนแผน Road Map มาตรการกระตุ้นภาครัฐ

นายไพบูลย์ นริทรางกูล นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า สำหรับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 กันยายนนี้ เชื่อว่าที่ประชุมจะยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากกังวลถึงภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงอาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเกินไปด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า การประชุมเฟดจะมีการพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ซึ่งภาพรวมผลการประชุมของเฟดนั้น หากไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติจะสนใจกลับมาลงทุน โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งที่ผ่านมา Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติได้ขายออก เนื่องจากมีความกังวลถึงค่าเงินบาทไทยที่อ่อนค่า ซึ่งขณะนี้นักลงทุนต่างชาติได้รอความชัดเจนของการเคลื่อนไหวของค่าเงิน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อนที่จะกลับเข้ามาลงทุนอีกครั้ง

ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญการกระตุ้นการบริโภค การลงทุนให้ฟื้นตัว ซึ่งหากมีการอัดฉีดเม็ดเงินให้ตรงจุด เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจทันที แต่ทั้งนี้จะต้องติดตามถึงความยั่งยืนของมาตรการรวมถึงการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบ ซึ่งจากการเดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในงาน Global Emerging market พบว่า นักลงทุนต่างชาติและผู้จัดการกองทุนได้สนใจสอบถามถึงสถานการณ์การเมืองของไทย โดยเฉพาะแผน Road map การร่างรัฐธรรมนูญ การจัดการเลือกตั้งและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งต่างชาติต้องการเห็นความต่อเนื่องของมาตรการไทยและให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็ว โดยเชื่อว่า หากเกิดความชัดเจนของแผนต่าง ๆ จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ และจะส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 ปี 2559 ฟื้นตัวขึ้น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มค้าปลีก การบริโภค ที่ได้รับอานิสงส์

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ เชื่อว่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบที่ 1,400 จุด เนื่องจากปัจจัยในประเทศยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศต้องติดตามถึงภาวะเศรษฐกิจจีนว่าจะมีการปรับลดค่าเงินหยวนลงอีกหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้เกิดความผันผวนในตลาดโลก