ราคาน้ำมันดิบผันผวนรอผลประชุมเฟด

ราคาน้ำมันดิบผันผวนรอผลประชุมเฟด
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ไทยออยล์ รายงานราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่อ คาดราคาน้ำมันดิบ ยังคงผันผวน ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED และความไม่สงบในตะวันออกกลาง

บริษัท ไทยออยล์จำกัด มหาชน รายงานสถานการณ์น้ำมันปิดตลาดประจำวันที่ 14 กย. 2558 น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลดลง 1.29 เหรียญ มาอยู่ที่ 44.63 เหรียญต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ปรับลดลง 0.75  เหรียญ มาอยู่ที่ 48.14 เหรียญ โดยราคาน้ำมันดิบปรับลดลงกว่าร้อยละ 2 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลัง Goldman Sachs ออกมาประกาศปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบทั้งในปีนี้และปีหน้าลง โดยคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในปี 59 ปรับลดลงจาก 57 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เหลือเพียง 45 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลงเช่นกันจาก 62 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สู่ระดับ 49.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ได้ปรับลดคาดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบปี 58 ด้วยเช่นกัน โดยคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับลดลงจาก 52  เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  เป็น 48.1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลงจาก 58.7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  เหลือ 53.7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  ทั้งนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำมันล้นตลาด และเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง

หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เริ่มเห็นสัญญาณการลดลงของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในสหรัฐที่เริ่มปรับตัวลดลงอีกครั้งในสัปดาห์นี้ โดย Baker Hughes  รายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซในสหรัฐลดลงอีก16  หลุม เหลือ 848 แท่น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่ลดลง 13 หลุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  

บริษัท ไทยออยล์ เปิดเผยแนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันประจำสัปดาห์ที่ 14 - 18 ก.ย. 58 โดยคาดว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 45 - 50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ เคลื่อนไหวที่กรอบ 47 - 53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบ มีแนวโน้มแกว่งตัวอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางของสหรัฐฯ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 16 - 17 ก.ย. นี้ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นและกดดันราคาน้ำดิบ นอกจากนี้ สภาวะเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันจากจีน มีแนวโน้มที่จะปรับลดลง อย่างไรก็ดี สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ตัวเลขคาดการณ์กำลังการผลิตของสหรัฐฯ และจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงก็เป็นปัจจัยที่เข้ามาพยุงราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้