พรุ่งนี้ราคาแก๊สโซฮอล์95 – แอลพีจีปรับลด เอ็นจีวีขยับขึ้น

พรุ่งนี้ราคาแก๊สโซฮอล์95 – แอลพีจีปรับลด เอ็นจีวีขยับขึ้น
mcot

สนับสนุนเนื้อหา

กบง. มีมติปรับลดราคาขายปลีกก๊าซ LPG เดือนกันยายน 0.67 บาท/กก. เอ็นจีวีขยับขึ้น 50 สต./กก.ด้านแก๊สโซฮอล์ 95 ลดลง 40 สต.


ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้พิจารณาโครงสร้างราคาก๊าซ LPG เดือนกันยายน 2558 ตามหลักเกณฑ์การคำนวณราคา ณ โรงกลั่นแบบถ่วงน้ำหนัก (LPG Pool) และเห็นชอบให้เพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของก๊าซ LPG ที่ 0.9262 บาท/กก. โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2558 ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง จาก 22.96 บาท/กก. เป็น 22.29 บาท/กก. หรือราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มลดลง 10 บาท/ถัง 15 กก. รวม 2 เดือน (สิงหาคม- กันยายน 2558) ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มลดลง 25 บาท/ถัง 15 กก.

นอกจากนี้ กบง.ยังปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันแก๊สโซฮอล โดยลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ แก๊สโซฮอล 95 จากเดิมเก็บที่ 0.45 บาท/ลิตร ลดลงเหลือ 0.05 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาแก๊สโซฮอล 95 E10 พรุ่งนี้ลดลง 0.40 บาท/ลิตร และให้ปรับเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ แก๊สโซฮอล 91 จากเดิมชดเชยให้ 0.05 บาท/ลิตร เป็นเก็บเพิ่ม 0.005 บาท/ลิตร แต่ไม่ส่งผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล 91

“หลังจากปรับราคาน้ำมันพรุ่งนี้แก๊สโซฮอล์95,91 จะแตกต่างกัน 42 สต.จากเดิม 82 สต./ลิตร ประชาชนจะเป็นผู้เลือกว่าต้องการใช้น้ำมันอะไร และจะนำไปสู่การมีน้ำมันอี 10 เพียงประเภทเดียว”รมว.พลังงานกล่าว

ส่วนการปรับราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) เพื่อให้ราคาขายปลีกก๊าซ NGV สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น และเป็นไปตามกลไกตลาด ที่ประชุม กบง. เห็นชอบให้ปรับราคาขายปลีกก๊าซNGV สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลขึ้น 0.50 บาท/ กก. มีผลพรุ่งนี้จากเดิม 13.00 บาท/ กก. เป็น 13.50 บาท/ กก. และให้คงราคาขายปลีกก๊าซ NGV สำหรับรถโดยสารสาธารณะอยู่ที่ 10.00 บาท/ กก.

โดยตามในอนาคตจะปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนแต่เพื่อลดภาระของประชาชนจึงทยอยขึ้น โดยต้นทุนเอ็นจีวีอยู่ที่ประมาณ 15.52 บาท/กก. และคาดว่า เดือนต.ค.-ธ.ค.จะลดลงเหลือ 14.50-14.60 บาท/กก. และคาดว่าต้นปี2558 จะเหลือประมาณ กว่า 14 บาท/กก.เท่านั้น

นอกจากนี้ ที่ประชุม กบง. ยังได้พิจารณาแผนระบบรับส่งและโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติเพื่อความมั่นคง รองรับความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ทั้งจากภาคการผลิตไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และภาคขนส่ง โดยได้พิจารณาเห็นชอบโครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Pipeline Network) ให้ดำเนินโครงการลงทุนทขยายท่อส่งก๊าซธรรมชาติ 2 (ปี2556-2564)โครงการ วงเงินลงทุนรวม 110,100 ล้านบาท

ประกอบไปด้วยโครงการท่อก๊าซเส้นที่5 จากระยอง- ไทรน้อย- พระนครเหนือ/พระนครใต้ ปรับลดขนาดท่อก๊าซจาก48 นิ้วเหลือ42 นิ้ว เงินลงทุนลดจาก 103,500 ล้านบาทเหลือ 96,500 ล้านบาท และโครงการท่อส่งก๊าซราชบุรี-วังน้อยที่6ลงทุน 13,600 ล้านบาท

ส่วนโครงการลงทุนระยะที่3 เลื่อนระยะเวลาการลงทุนออกไปก่อนเพื่อติดตามภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนสถานีรับก๊าซแอลเอ็นจีในอนาคตที่ขณะนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและ ปตท.ต่างเสนอแผนลงทุนFSRU เป็นการปรับเลื่อนให้เกิดการลงทันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดโครงการที่เลื่อนได้แก่ สถานีเพิ่มความดันก๊าซราชบุรีวังน้อยและสถานีเพิ่มความดันก๊าซท่อเส้นที่5 รวมวงเงิน 12,000 ล้านบาท- สำนักข่าวไทย

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!