กฟผ.รับนโยบายรมว.ลุยโรงไฟฟ้าถ่านหิน

กฟผ.รับนโยบายรมว.ลุยโรงไฟฟ้าถ่านหิน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

กฟผ. รับนโยบาย รมว.พลังงาน เร่งเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหิน รับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นในภาคใต้ พร้อมทุ่มงบ 6 หมื่นล้าน ก่อสร้างสายส่ง 500 KV

นายคุรุจิต นาครทรรพ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังเปิด เปิดงาน ASEAN Power Week 2015 ว่า ปัจจุบันมีการสนับสนุนให้ใช้พลังงานทางเลือกหลากหลายประเภท เพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติที่กำลังจะหมดลง แต่พลังงานทางเลือกที่เหมาะจะนำมาใช้มากที่สุด คือ ถ่านหิน เนื่องจากยังคงมีปริมาณมากภายในประเทศ อีกทั้งมีราคาคงที่ ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินจะก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมนั้น มองว่า ขณะนี้เทคโนโลยีที่ใช้ในการป้องกันการปล่อยมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศ อยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ดีกว่าค่ามาตรฐานกำหนดไว้ จึงจำเป็นที่ต้องมีการสนับสนุนให้ใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 25 ภายในปี 2021 เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึง ร้อยละ 20 ต่อปี หรือในอีก 20 ปีข้างหน้า ไทยจะมีการใช้ไฟฟ้ามากถึง 7 หมื่นเมกะวัตต์

ขณะที่ นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เน้นย้ำให้ กฟผ. ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเรื่องความจำเป็นในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ และโรงไฟฟ้าเทพา จังหวัดสงขลา เพราะขณะนี้ มีความเข้าใจคาดเคลื่อนว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้เพียงพอต่อความต้องการใช้ ไม่จำเป็นต้องก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ โดยหากอ้างอิงความต้องการใช้ไฟฟ้าจากแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ หรือ พีดีพี 2015 ที่ระบุว่าภายใต้พื้นฐานจีดีพีขยายตัว ร้อยละ 3.4 ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้จะขยายตัวถึง ร้อยละ 2.9 นั้น ที่ผ่านมาความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้กลับขยายตัว ร้อยละ 5 - 6 แสดงให้เห็นว่า กำลังการผลิตในภาคใต้มีไม่เพียงพอ และต้องส่งไฟฟ้าจากภาคกลางและรับซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ปัจจุบัน ไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเกือบ ร้อยละ 70 ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อกระจายความเสี่ยง

ขณะเดียวกัน เพื่อสร้างความมั่นคงทางไฟฟ้า กฟผ. เตรียมจะก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าขนาด 500 กิโลโวลต์ จากภาคกลางไปสู่จังหวัดภูเก็ต วงเงินลงทุน 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งสายส่งจะทยอยแล้วเสร็จในปี 2562 - 2566