เอกชน เผย ทุจริตคอร์รัปชั่นลดเหตุรัฐเข้ม

เอกชน เผย ทุจริตคอร์รัปชั่นลดเหตุรัฐเข้ม
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น เผย การทุจริต ลดลง เหตุ รัฐออกมาตรการเข้มงวด การตรวจสอบมากขึ้น

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวถึงสถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชั่น ว่า ได้มีมาตรการต่อต้านคอรัปชั่นในหลาย ๆ มาตรการที่ได้ดำเนินการผ่านรัฐบาลชุดนี้ออกไปแล้ว บางมาตรการมีผลทันที แต่บางมาตรการยังไม่มีผล ซึ่งในส่วนนี้เชื่อว่า น่าจะทำให้โอกาสการทุจริตในช่วงนี้ลดลง เนื่องจากมีการจริงจังและเข้มงวดในการเอาผิดมากขึ้น จะสังเกตได้จากการโยกย้ายข้าราชการที่ถูกกล่าวหาออกจากตำแหน่ง เพื่อทำการสอบสวน ซึ่งก็เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า หากมีข้อสงสัยจะถูกสอบสวนทันที ขณะเดียวกัน พระราชบัญญัติที่ออกมาเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกและการออกใบอนุญาต จะเป็นการตัดทอนเรื่องการเรียกสินบนต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นลดลง อีกทั้งยังมีเรื่องของการตรวจสอบการใช้งบประมาณต่าง ๆ ที่ภาครัฐได้มีการเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบและเร่งรัดมากขึ้น โดยในหลาย ๆ เรื่องได้ทำให้คนที่เคยทำการทุจริตต้องตระหนักมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงการจ่ายเงินใต้โต๊ะ ในปัจจุบันยังคงมีให้พบเห็นแต่ไม่มากนักเทียบกับที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้คงไม่สามารถที่จะดำเนินการหมดสิ้นไปได้ภายใน 1 - 2 วัน แต่จะมีความระมัดระวังรอบคอบมากขึ้น ทั้งนี้ ปัญหาคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นนั้น เป็นปัญหาที่สะสมมานาน และเมื่อมีการทุจริตแล้ว ไม่มีตรวจสอบอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ในส่วนของโครงการลงทุนต่าง ๆ ได้มีมาตรการเข้าไปดูแล คือ การจัดตั้งคณะกรรมการเข้าไปดูแล ทบทวนโครงการที่มีเม็ดเงินลงทุนมากกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป ในกรณีที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ได้ตกลงให้กลุ่มบุคคลที่ 3 เข้าไป สังเกตการณ์ รับรู้กระบวนการทำงานต่าง ๆ ให้มีความโปร่งใส ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้การทุจริตมีโอกาสทำได้ยากขึ้น  เช่น โครงการขยายสุวรรณภูมิเฟส 2,  โครงการขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, การย้ายโรงงานยาสูบ ก็จะอยู่ในโครงการที่จะต้องตรวจสอบโดยบุคลากรที่เชี่ยวชาญผ่านการอบรม มีความโปร่งใส มีประวัติชัดเจน และไม่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ซึ่งจะเข้าไปสังเกตการณ์ ตั้งแต่การร่างเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องมีแหล่งที่มาชัดเจน มีความเป็นธรรมหรือไม่ เป็นต้น