ราคาทองคำลงแรงจนน่าซื้อแล้วหรือยัง

ราคาทองคำลงแรงจนน่าซื้อแล้วหรือยัง
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

คอลัมน์ สถานีลงทุน โดย ธนรัชต์ พสวงศ์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส


ราคาทองคำ SPOT ในเดือน ก.ค. ปรับตัวลงแรงหลุดแนวรับสำคัญต่าง ๆ ที่ 1,150/1,140 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ และที่มีนัยสำคัญที่สุดคือแนวรับ 1,130 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ โดยมีแรงเทขายอย่างหนัก ในตลาดซื้อขายทองคำเซี่ยงไฮ้ในเช้าวันจันทร์ที่ 20 ก.ค. ทำให้ราคาทองคำปรับลงแรงอย่างรวดเร็วทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี ที่ 1,083 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ โดยถึงแม้ว่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาทำให้ราคาทองคำทะลุ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ขึ้นไปได้ แต่ยังมีแรงเทขายออกมาเป็นระยะ ๆ ทำให้ราคาทองคำในช่วงสัปดาห์ที่ 20-24 ก.ค. เคลื่อนไหวในกรอบ 1,077-1,133 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์

สาเหตุที่ราคาทองคำปรับลงแรงมี 3 ประเด็น ดังนี้


ประเด็นแรก หลังจากที่หลุดแนวรับสำคัญทางเทคนิคที่ 1,130 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ คาดว่าเป็นคำสั่งขายตัดขาดทุนของโปรแกรมซื้อขายอัตโนมัติในตลาดซื้อขายทองคำเซี่ยงไฮ้ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายในเช้าวันจันทร์ที่ 20 ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง ซึ่งทำให้ราคาทองคำปรับลงรูดเดียวเกือบ 50 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์

ประเด็นที่ 2 เงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งและการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากประธานเฟดได้แถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสเมื่อช่วงกลางเดือน ก.ค. โดยแถลงว่าเฟดจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีการขยายตัว นอกจากนี้ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์มีความเป็นไปได้อย่างมากที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย.

ประเด็นที่ 3 กองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลกลดปริมาณการถือครองทองคำลงอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน7 วันทำการ (ตั้งแต่วันที่ 17-24 ก.ค. 2558) โดยลดปริมาณการถือครองทองคำ 7 วันทั้งสิ้น 28.9 ตัน ปัจจุบัน ณ วันที่ 24 ก.ค. 2558 กองทุน SPDR ถือครองทองคำ 680.15 ตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี ดังนั้นทองคำยังมีปัจจัยลบจากการเทขายทองคำจากกองทุนอีทีเอฟทองคำ

ปัจจัยหลักที่กดดันต่อราคาทองคำในปีนี้คงเป็นประเด็นเดิมคือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยขณะนี้ส่วนใหญ่มีการคาดการณ์เฟดจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในการประชุมเฟดในเดือน ก.ย. ราคาทองคำที่ปรับลงมามากจะปรับขึ้นได้ต้องอาศัยแรงซื้อทองคำในแถบเอเชียว่าจะสามารถต้านแรงเทขายจากกองทุน SPDR จากนักลงทุนในสหรัฐและยุโรป ซึ่งคาดว่าจะมีแรงเทขายอย่างต่อเนื่องและยังคงไม่ซื้อกลับในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากคาดว่าความต้องการทองคำของนักลงทุนในสหรัฐและยุโรปเพื่อกระจายความเสี่ยงจากพอร์ตการลงทุนลดน้อยลงเนื่องจากไม่ต้อง Hedging เงินดอลลาร์และอัตราเงินเฟ้อ

ประกอบกับวิกฤตหนี้ของกรีซคลี่คลายลงแล้วหลังจากบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้ ทำให้กรีซไม่ต้องออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน

อีกทั้งโบรกเกอร์ชั้นนำในต่างประเทศมีมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในเชิงลบ โดยโกลด์แมน แซกส์ ให้ความเห็นว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของราคาทองคำนั้นยังไม่ถึงขณะนี้ ซึ่งราคาทองคำอาจจะปรับลดลงแตะ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ในปีนี้ ขณะที่ ABN Ambro คาดการณ์ว่าราคาทองคำ ณ สิ้นปีนี้จะลดลงเหลือ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์และลดลงเหลือ 800 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ณ สิ้นปี 2559

แนวโน้มราคาทองคำเป็นขาลงทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่ด้วยราคาทองคำที่ปรับลงมามากจนทำให้เครื่องมือทางเทคนิค RSI ส่งสัญญาณขายมากเกินไป (Oversold) ทำให้เกิดการรีบาวนด์ทางเทคนิค แต่จะมีแรงเทขายจากกองทุน SPDR รวมทั้งการเทขายทำกำไรจากนักลงทุนรายย่อย เนื่องจากไม่มั่นใจในทิศทางราคาทองคำ

ส่วนการเข้าซื้อทองแท่งเพื่อลักษณะเก็งกำไรควรเข้าเร็วออกเร็ว ขณะที่ถ้าเป็นการซื้อเพื่อเก็บออมระยะยาวควรเป็นลักษณะทยอยสะสมที่แนวรับระยะสั้น 1,080 และ 1,060 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ตามลำดับ และควรกันเงินสำรองเผื่อราคาปรับลงอีก ขณะที่ระยะสั้นมีแนวต้านที่ 1,120 และ 1,130 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ตามลำดับ

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!