Unreal ธุรกิจขนมหวานของเด็กหนุ่มวัย 17

Unreal ธุรกิจขนมหวานของเด็กหนุ่มวัย 17
SME Thailand club

สนับสนุนเนื้อหา

การรุกเข้าธุรกิจลูกอม ลูกกวาด ช้อคโกแลตในสหรัฐฯซึ่งมีมูลค่ามหาศาลกว่า 3 หมื่นล้านเหรียญ แถมยังมีผู้เล่นรายใหญ่และมีชื่อเสียงครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว ดูจะเป็นภารกิจที่หนักหนาสาหัสเกินกำลังของเด็กวัยไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ นิกกี้ บรอนเนอร์ วัยรุ่นชายชาวบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์อายุ 17 ปีคงต้องขอบคุณเทศกาลฮัลโลวีนที่จุดประกายแนวคิดจนกลายเป็นธุรกิจที่ทำเงินเป็นกอบเป็นกำในขณะนี้

ย้อนกลับไปปี 2010 นิกกี้ในวัย 13ขวบตื่นมาพร้อมอากัปกิริยาหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อรู้ว่าคุณพ่อ ไมเคิล บรอนเนอร์ แอบเอาขนมและลูกกวาดทั้งหมดที่เขาได้จากการเล่น Trick or Treat ในคืนฮัลโลวีนไปทิ้ง โดยให้เหตุผลว่าขนมเหล่านั้นไม่ดี นิกกี้เป็นเด็กช่างสงสัย เขาตั้งคำถาม “ทำไมลูกอมขนมที่เด็ก ๆ โปรดปรานจึงของไม่ดีในสายตาผู้ใหญ่” เขาลงมือหาข้อมูลอย่างจริงจัง และนั่นก็ทำให้ค้นพบความจริงเกี่ยวกับส่วนผสมในขนมเหล่านั้นกลายเป็นว่าทำร้ายสุขภาพสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณน้ำตาลที่สูงปรี๊ด ไขมันทรานส์ สีผสมอาหาร กลิ่นสังเคราะห์ สารกันบูด และสารเคมีอื่น ๆ

จึงเป็นที่มาของไอเดียการผลิตขนมที่ทำด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% นิกกี้คุยกับพ่ออย่างจริงจัง เขาต้องการทำธุรกิจนี้ ซึ่งคุณพ่อมหาเศรษฐีที่เคยทำธุรกิจเอเจนซี่โฆษณาดิจิตอลก็ให้การสนับสนุนโดยดี นิกกี้เริ่มจากการเฟ้นหาเชฟผู้ที่จะมาทำวิจัยเรื่องขนมหวาน เขาค้นจากกูเกิ้ลและได้เบอร์โทรของดร.ปีเตอร์ บาร์ฮัม นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารผู้โด่งดังในอังกฤษ จึงโทรไปคุยด้วย ดร.บาร์ฮัมแนะนำเชฟให้เขาคนหนึ่ง เชฟอดัม เมโลนาส ประจำที่ร้านอาหาร 3 ดาวมิชลินแห่งหนึ่งในกรุงมาดริด สเปน นิกกี้ไม่ลังเลที่จะติดต่อไป และเชฟอดัมก็ยอมที่จะมาทำงานให้นิกกี้

เด็กหนุ่มใช้เวลา 2 ปี ในการทดลองสูตรขนมเกือบพันสูตรก็ลงตัว เดือนก.ค. 2012 บริษัท Unreal Brands Inc. ที่นิกกี้และพ่อของเขาก่อตั้งร่วมกับเชฟอดัมก็ได้ฤกษ์เปิดตัวสินค้าภายใต้แบรนด์ Unreal สินค้าที่ว่าประกอบด้วยชอคโกแลตเคลือบ (แบบเอ็มแอนด์เอ็ม) ช้อคโกแลตแท่งคาราเมล (เหมือนมิลกี้เวย์) ชอคโกแลตคาราเมลถั่ว (เลียนแบบสนิกเกอร์) และชอคโกแลตเนยถั่ว (แบบเดียวกับรีส) วางจำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าปลีก รวมถึงร้านยา (ในหมวดหมู่สินค้าเพื่อสุขภาพ เฉพาะเชนร้านยา CVS Caremark ก็ปาเข้าไป 7,300 สาขาแล้ว) และเว็บไซต์ amazon.com

อเมริกาเป็นประเทศที่ผู้คนโปรดปรานขนมหวาน จึงทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวาน และโรคอ้วนไม่เคยลดลงเลย สินค้าของนิกกี้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ชมชอบอาหารประเภทนี้แต่ก็ต้องการดูแลสุขภาพด้วย ขนมและชอคโกแลตของเขาทำด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% กระทั่งสีที่เคลือบช้อคโกแลตก็ได้จากน้ำผลไม้หรือผัก เทียบกับแบรนด์อื่น ขนมยี่ห้อ Unreal มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยกว่า 45% ไขมันน้อยกว่า 13% แคลอรีต่ำกว่า 23% ขณะที่ให้โปรตีนมากกว่า 149% และ ไฟเบอร์สูงกว่า 250%


ไม่แปลกที่สินค้าแบรนด์ Unreal จะติดลมบนอย่างรวดเร็วหลังเปิดตัวไม่นาน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะได้แบ็คอัพดีจากไมเคิล ผู้เป็นพ่อที่เคยทำบริษัทโฆษณามาก่อน และความสามารถในการเกณฑ์ดาราและบุคคลมีชื่อเสียงในสังคมมาช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าให้ เช่น แมท เดมอน, ลีโอนาร์โด ดีคาปรีโอ, จอห์น เลเจนด์, จีเซล บุนเช่น, ทอม เบรดี้ และบิล เกตส์ เป็นต้น แต่ต้องยอมรับว่าสินค้าเขาดีจริง คนดังหลายคนเมื่อได้ชิมก็ประสานเสียงว่าอร่อย อีกทั้งราคาก็ไม่ต่างจากแบรนด์ทั่วไปคืออยู่ระหว่าง 1.20-3.99 เหรียญ ขณะที่ขนมเพื่อสุขภาพเจ้าอื่น มักตั้งราคาสูงกว่านี้

แม้จะเป็นแค่เด็กวัยรุ่นและโชคดีกว่าคนอีกมากมายที่ครอบครัวมีฐานะ คุณพ่อเองก็ใจปล้ำยอมทุ่มทุนถึง 10 ล้านเหรียญให้ลูกชายทดลองทำธุรกิจ การโลดแล่นในธุรกิจขนมหวานและการชิงส่วนแบ่งจากแบรนด์ดังอย่างเอ็มแอนด์เอ็ม สนิกเกอร์ มิลกี้เวย์ และรีสพิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและจริงจังของนิกกี้ จนถึงขณะนี้ Unreal วางจำหน่ายตามร้านค้าเกือบ 30,000 แห่งทั่วสหรัฐฯ และกำลังหาทางเจาะร้านสะดวกซื้อ 7-11 นิกกี้ไม่หยุดยั้งแค่นี้ ในอนาคตเขามีแผนจะขยายไลน์สินค้าไปยังกลุ่มสแน็กและเครื่องดื่ม อายุเพียงเท่านี้แต่ความสามารถไม่ธรรมดาเลย

Create by smethailandclub.com

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!