"เจริญ"ไล่ซื้อที่ดิน-โรงแรมพัทยา ชูแลนด์มาร์กท่องเที่ยว"เอเชียทีค

"เจริญ"ไล่ซื้อที่ดิน-โรงแรมพัทยา ชูแลนด์มาร์กท่องเที่ยว"เอเชียทีค
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

แหล่งข่าวจากกลุ่มบริษัททีซีซีแลนด์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากที่เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี มีนโยบายขยายการลงทุนธุรกิจในกลุ่มที่ครอบคลุมหลากหลายสาขา โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาเน้นดำเนินการในเชิงรุกขยายฐานธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ได้เตรียมขยับลงทุนใหญ่ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวหลักบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายจะพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงด้านอุตสาหกรรมและการค้ากับเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ประเทศเมียนมา

ขณะเดียวกันก็เตรียมลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งถนนและการลงทุนระบบรางโดยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทางกลุ่มทีซีซีแลนด์ บริษัทพัฒนาที่ดินของครอบครัวตระกูลสิริวัฒนภักดี โดยนางวัลลภา ไตรโสรัส ทายาทของเจ้าสัวเจริญ ได้เริ่มให้ทีมงานเข้าไปบริหารโรงแรมมณเทียร พัทยา ซึ่งเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ บนที่ดิน 15 ไร่ ในโซนพัทยากลางต่อจากเจ้าของเดิม หลังจากได้บรรลุข้อตกลงการซื้อกิจการเมื่อ 2 ปีก่อน มูลค่าประมาณ 2 พันล้านบาท และให้สิทธิ์เจ้าของเดิมได้บริหารงานต่อจนถึงเดือนพฤษภาคม 2558

แหล่งข่าวจากโรงแรมในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงแรมมณเทียร ให้ข้อมูลด้วยว่า คอนเซ็ปต์ของทีซีซีแลนด์ ต้องการที่ดินหลายผืนย่านเดียวกันเพื่อพัฒนาต่อยอดทำเป็นคอมเพล็กซ์ใหญ่ โดยต้องการซื้อโรงแรม ใกล้เคียงกับโรงแรมมณเทียรด้วย ซึ่งมีโรงแรมระดับ 3 ดาวและ 4 ดาวในละแวกใกล้กัน 3 แห่ง

"แผนธุรกิจหลังจากนี้ ทางกลุ่มทีซีซีแลนด์จะทยอยปรับปรุงโรงแรมเป็นส่วน ๆ เท่าที่ทราบอาจจะใช้แบรนด์อิมพีเรียลหรือใช้แบรนด์เชนโรงแรมจากต่างประเทศเข้ามาบริหาร"

ยึดพัทยาลุยเอเชียทีคฯ

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สำหรับแผนปรับปรุงโรงแรมมณเฑียรเดิม เนื่องจากเป็นที่ดินอยู่ในทำเลดี ติดถนน 2 ด้านคือ ถนนเลียบหาดพัทยา และถนนพัทยาสาย 2 รวมแล้วมีความลึกนับ 100 เมตร ทำเลก็ถือว่าอยู่ใจกลางเมืองพัทยา

ขณะนี้จึงมีแผนจะนำพื้นที่บางส่วนมาพัฒนาเป็นแหล่งช็อปปิ้ง สไตล์เดียวกับเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ (ASIATIQUE The Riverfront) แหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหาร และความบันเทิงริมน้ำรูปแบบใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านถนนเจริญกรุง ซึ่งเปิดตัวเมื่อ 2-3 ปีก่อนและประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง แต่โพซิชันนิ่งของร้านค้าจะสูงกว่าเอเชียทีคฯเจริญกรุง เบื้องต้นอาจใช้ชื่อ "เอเชียทีค ไพร์ม"

"แนวทางจะย้ายห้องประชุมของโรงแรมจากชั้น 1 ไปไว้ด้านบน ส่วนห้องอาหารและสระว่ายน้ำที่อยู่บริเวณชั้น 1 จะยังคงไว้บริการลูกค้าโรงแรม รวมถึงคงสภาพต้นไม้ภายในไว้เพื่อความร่มรื่น"

สำหรับรูปแบบการพัฒนาโครงการเอเชียทีค พัทยา คอนเซ็ปต์เบื้องต้นจะก่อสร้างเป็นอาคาร 1-2 ชั้น หลายหลังต่อเชื่อมกัน มีทั้งพื้นที่ในร่มและกลางแจ้ง และมีอาคารใหญ่สูง 3 ชั้น เพื่อเป็นศูนย์แสดงโชว์สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ จุดขายจะแตกต่างจากเอเชียทีคฯเจริญกรุง เพราะจะเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์มอลล์ที่เปิดบริการทั้งกลางวันและกลางคืน รูปแบบร้านมีทั้งร้านอาหารบาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ ร้านอาหารท้องถิ่นที่อยู่นอกพัทยา ร้านสินค้าแฟชั่น สินค้าของที่ระลึก

"แนวคิดเราจะให้เป็นที่ช็อปปิ้งและท่องเที่ยว เน้นความร่มรื่น สำหรับรูปแบบโชว์ยังไม่ได้ตกผลึกอาจเป็นโชว์มวยไทย คาลิปโซ่ก็ได้ ต้องหารืออีกครั้ง"

ขนาดโครงการจะมีพื้นที่ครึ่งหนึ่งของเอเชียทีคฯเจริญกรุง คือ 1.5 หมื่นตารางเมตร เป็นแหล่งกินเที่ยว แฮงเอาต์ ช็อปปิ้งใจกลางเมืองพัทยา ซึ่งกลุ่มผู้เช่าหลักที่เจริญกรุงส่วนหนึ่งสนใจพื้นที่เช่าเพิ่ม

คาดว่าจะลงมือก่อสร้างต้นปี 2559 แล้วเสร็จกลางปี 2560 มั่นใจว่าจะมีผลตอบรับดี เพราะพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่คนทั่วโลกรู้จัก และปี 2560 สถานการณ์จะดีขึ้น

ตุนที่ดินพัทยาสาย 2

นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี กล่าวยืนยันข้อมูลว่า ก่อนหน้าที่กลุ่มทีทีซีแลนด์จะเข้าซื้อกิจการโรงแรมมณเฑียร พัทยา ได้เข้าเทกโอเวอร์โรงแรม แกรนด์ โซเล่ พัทยา จำนวน 200 ยูนิต เลียบชายหาด บนถนนพัทยาสาย 2 ใกล้พื้นที่โรงแรมมณเฑียร และยังได้กว้านซื้อที่ดินกว่า 10-20 ไร่ ตรงข้ามกับโรงแรม แกรนด์ โซเล่ พัทยา ซึ่งถือว่าเป็นที่ดินเกรด A ตั้งอยู่บนทำเลทองของการลงทุนด้านโรงแรม ที่กำลังรอการพัฒนาโครงการอยู่

ซีพีลุยไฮสปีดเทรน กทม.-ระยอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงทุนธุรกิจอสังหาฯในเมืองพัทยามีผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินรายใหญ่ทั้งจากส่วนกลาง และผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าไปลงทุนพัฒนาโครงการจำนวนมาก โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมหลายทำเลซัพพลายล้น แต่ด้วยศักยภาพของเมืองพัทยาซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งบันเทิงรองรับลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลตะวันออก ทำให้เมืองพัทยายังมีศักยภาพสูงในระยะยาว

โครงสร้างพื้นฐานในอนาคตเมืองพัทยา และจังหวัดระยอง จะมีโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง ระยะทาง 193.5 กิโลเมตรพาดผ่าน ซึ่งรัฐบาล ใช้งบฯลงทุนประมาณ 1.5 แสนล้านบาท แนวเส้นทางจะต่อเชื่อมจากรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ที่สถานีลาดกระบังผ่านฉะเชิงเทรา ชลบุรี พัทยา และระยอง ซึ่งเส้นทางนี้กลุ่มซีพีของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ให้ความสนใจจะลงทุน ร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ ได้แก่ ซิทิก คอนสตรักชั่น จากเกาะฮ่องกง และไห่หนานจากจีน

ล่าสุดอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดโครงการ ตามแผน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมนำโครงการนี้เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือนมิถุนายนนี้

ชี้ห้องพักพัทยาโอเวอร์ซัพพลาย

นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันพัทยามีห้องพักประมาณ 1.3 แสนห้อง อยู่ในภาวะโอเวอร์ซัพพลาย ส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวถึง 60% ส่วนการลงทุนใหม่ยังชะลอตัว เนื่องจากสถานการณ์การท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว หลังจากตลาดรัสเซียชะลอตัวอย่างหนักจากเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2558 ลดลง 30% แต่ยังมีนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาชดเชย

โดยสถานการณ์ในพัทยาขณะนี้ยังไม่มีการลงทุนเพิ่ม แต่เป็นลักษณะทุนใหญ่เข้ามาเทกโอเวอร์ โดยล่าสุดบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อกิจการโรงแรมมณเฑียร ขนาด 300 ห้อง โดยรีแบรนด์ใหม่เป็นชื่อดิ อิมพีเรียล

จากสถานการณ์ตลาดท่องเที่ยวพัทยาที่ชะลอตัว ทำให้สมาคมต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ถึง 4 อีเวนต์ เช่น งานพัทยาแกรนด์เซล ระหว่าง 30 มิ.ย.-30 ก.ย.2558 เป็นเวลา 3 เดือน แคมเปญนี้จะลดสูงสุดถึง 50% ทั้งห้างสรรพสินค้าและโรงแรมที่พัก คาดว่าจะมีเงินสะพัดประมาณ 3,000 ล้านบาท อีกงานคือเทศกาลพัทยาซีฟู้ด จะจัดขึ้นต้นเดือน ก.ย. คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ 30 ล้านบาท

สำหรับที่เหลืออีก 2 งาน เป็นอีเวนต์ตามฤดูกาล คือ งานลอยกระทง และงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่ โดยกิจกรรมส่งเสริมการตลาดดังกล่าวจะช่วยให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ 60-70%

ภาพรวมการท่องเที่ยวพัทยาปี 2558 นี้ จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาราว 7 ล้านคนคาดรายได้อยู่ที่ 80,000 ล้านบาท ซึ่งรายได้จะลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวไทยจะยังคงชะลอตัต่อเนื่องจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ไม่ขยายตัว