ผู้ค้า-ผู้ใช้"แอลพีจี"แท็กทีมต้านรัฐเก็บภาษีเท่าน้ำมัน

ผู้ค้า-ผู้ใช้"แอลพีจี"แท็กทีมต้านรัฐเก็บภาษีเท่าน้ำมัน
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ประกอบการแอลพีจีผวารัฐเก็บภาษีสรรพสามิตเท่าน้ำมัน แถมเจอเก็บภาษีป้ายรถยนต์เพิ่ม ภาษีอุปกรณ์ติดตั้งถัง ทำอุตฯเสียหาย 4.5 หมื่นล้าน/ปี ส.ธุรกิจก๊าซยานยนต์ไทยเตรียมยื่นหนังสือคัดค้านต่อนายกฯ 19 พ.ค.นี้ ชี้จะกระทบให้มีจำนวนผู้ตกงานสูงกว่า 3 หมื่นคน จากปั๊มอยู่ยาก ศูนย์ติดตั้งถังเจ๊ง

นายสุรศักดิ์ นิตติวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจก๊าซยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า สมาคมไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกรมธุรกิจพลังงาน ที่เตรียมปรับโครงสร้างภาษีก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ให้เท่ากับน้ำมัน ปรับขึ้นภาษีป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจี และจัดเก็บภาษีนำเข้าอุปกรณ์ตัวถังแอลพีจีที่จะดัดแปลงนำมาติดตั้งในรถยนต์ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อภาคประชาชน ซึ่งปัจจุบันมีรถยนต์ติดตั้งแอลพีจีประมาณ 1.4-1.5 ล้านคัน ผู้ประกอบการติดตั้งกว่า 1,000 ราย และสถานีบริการก๊าซแอลพีจีประมาณ 2,000 แห่งทั่วประเทศ โดยทราบว่าจะมีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เนื่องจากถูกกำหนดไว้ในแผนน้ำมัน 20 ปีที่กระทรวงพลังงานกำลังเร่งจัดทำ

"หากรัฐบาลยืนยันจะเดินหน้าแนวคิดดังกล่าว จะส่งผลให้อุตสาหกรรมก๊าซแอลพีจีได้รับความเสียหายมูลค่าสูงถึง 45,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งจากยอดการใช้แอลพีจีที่ลดลง 50% เนื่องจากราคาแอลพีจีแพงขึ้น แรงงานที่ทำงานในสถานีเติมก๊าซแอลพีจีและทำงานในศูนย์ติดตั้งแอลพีจีจะตกงานกว่า 30,000 ตำแหน่ง และศูนย์ติดตั้งถังก๊าซอาจต้องปิดตัวลง" นายสุรศักดิ์กล่าว

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า สมาคมพร้อมผู้ประกอบการทั้งจากสถานีบริการและศูนย์ติดตั้งจากทั่วประเทศเตรียมยื่นหนังสือคัดค้านการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตแอลพีจีทั้ง 3 ส่วนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เพื่อให้ทบทวนเรื่องดังกล่าว และทราบว่าเครือข่ายผู้ใช้แอลพีจีจะยื่นหนังสือด้วยในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม หลังจากรัฐบาลทยอยปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีจนสะท้อนต้นทุนตลาดโลกแล้ว

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า นโยบายการปรับโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจีของรัฐบาล ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 23.96 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) หรือ 14 บาทต่อลิตร ถือว่าเหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เพราะเข้าใจว่าหากยังขายราคาที่ถูกกว่าต้นทุน จะทำให้ผู้ผลิต อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ไม่มีแรงจูงใจในการขยายกำลังผลิต

แต่การที่รัฐบาลเตรียมเก็บภาษีแอลพีจีเพิ่มมองว่าไม่เป็นธรรม สวนทางกับรัฐบาลประเทศอื่นๆ ที่สนับสนุนให้มีการใช้ก๊าซแอลพีจี จึงอยากให้ภาครัฐทบทวนแนวคิดดังกล่าว เพราะก๊าซแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงที่สามารถจัดหาและผลิตได้ภายในประเทศไทย โดยควรบริหารจัดการทั้งระบบด้วยการเพิ่มกำลังการผลิต วางระบบขนส่งแนวท่อ และเพิ่มโรงแยกก๊าซ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!