นายกฯถกBOIอนุมัติ23โครงการ-ให้เอกชนเสนอรถไฟเร็วสูง

นายกฯถกBOIอนุมัติ23โครงการ-ให้เอกชนเสนอรถไฟเร็วสูง
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายกรัฐมนตรี ประชุม บอร์ด BOI นัดแรกปี 58 อนุมัติลงทุน 23 โครงการ เงินทุน 77,000 ล้านบาท คาดทั้งปี อยู่ 3.5 แสนล้านบาท ขณะให้เอกชนยื่นข้อเสนอลงทุนรถไฟเร็วสูง

นางหิรัญญา สุจินัย รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดบีโอไอ นัดแรกของปี 2558 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุม ได้พิจารณาอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนรวม 23 โครงการ เงินลงทุนทั้งสิ้นรวม 77,228 ล้านบาท โดยกิจการที่มีมูลค่าการลงทุนสูง ได้แก่ กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ขยะ ชีวมวล มูลค่า 30,916.9 ล้านบาท และกิจการขนส่งทางอากาศ เพื่อการเช่าเครื่องบินโดยสาร มูลค่า 34,876.8 ล้านบาท อาทิ บริษัท ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ จำกัด, บริษัท ไทยไลอ้อน เมนทารี จำกัด

ทั้งนี้ นางหิรัญญา กล่าวว่า ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในปี 2557 ที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงถึง 2.2 ล้านล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนที่สนใจยื่นขอรับส่งเสริมต้องการรับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์นโยบายการส่งเสริมแบบเก่า ก่อนที่ บีโอไอ จะประกาศใช้ยุทธศาสตร์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา ทำให้คาดว่ายอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนในปีนี้จะกลับมาอยู่ในภาวะปกติที่ประมาณ 350,000 ล้านบาท ซึ่งกิจการส่วนใหญ่จะสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐทั้งหมด โดยเฉพาะกิจการที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิตอล

 

บีโอไอ ให้เอกชนยื่นข้อเสนอลงทุนรถไฟเร็วสูง


นายจักรมนฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบแนวทางการจัดตั้งคณะอนุกรรมการภาวะการลงทุน ภายใต้หน่วยงานบีโอไอ เพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเรื่องการลงทุนในประเทศอย่างสมบูรณ์ ซึ่งทางคณะอนุกรรมการดังกล่าว จะประกอบด้วย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. สภาหอการค้าไทย โดยมี บีโอไอ เป็นเลขานุการฯ พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการเปิดให้ภาคเอกชน สามารถยื่นข้อเสนอการลงทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน เส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยกระทรวงคมนาคม จะเป็นผู้ดูแล รับพิจารณาข้อเสนอต่างๆ และจากนี้จะมีการศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้านอีกครั้ง รวมทั้งได้เห็นชอบให้มีการผลักดันอุตสาหกรรมเหล็กให้เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำของประเทศไทย โดยมอบให้ทางกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้ดูแลศึกษาข้อมูลการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเหล็ก พร้อมพูดคุยกับผู้ประกอบการ นักลงทุนต่างชาติ หากเกิดการร่วมลงทุนกัน

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!