ไทม์ไลน์ ปตท.ขายหุ้นบริษัทในเครือ 3 แห่งปีนี้

ไทม์ไลน์ ปตท.ขายหุ้นบริษัทในเครือ 3 แห่งปีนี้
mcot

สนับสนุนเนื้อหา

ปตท.วางแผยขายหุ้น3บริษัทในเคือ โรงกลั่นเอสพีอาร์ซี บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีพีเอสซี และโรงกลั่นบางจาก ปีนี้ 

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ซีอีโอ) บมจ.ปตท. กล่าวว่าปีนี้ ปตท.มีการวางแผนขายหุ้นบริษัทในเครืออย่างน้อย 3 แห่ง ทั้งโรงกลั่นเอสพีอาร์ซี บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีพีเอสซี และโรงกลั่นบางจาก

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายไพรินทร์ ระบุว่าการขายหุ้นบางจากนอกจากจะแก้ปัญหาที่ระบุว่า ปตท.มีอำนาจเหนือตลาดการถือหุ้นเกือบทุกโรงกลั่นในไทยแล้วรายได้ที่ขายจะเป็นส่วนหนึ่งชดเชยผลการขาดทุนสตอกน้ำมันที่เกิดขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

นายไพรินทร์ กล่าวว่า จากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นมากในช่วง 2 วันนี้ ส่วนหนึ่งแม้จะเกิดจากการลดกำลังผลิตในสหรัฐแล้วยังสะท้อนมาจากความไม่แน่ใจในภาวะความไม่สงบของโลกที่กลุ่มไอเอสสังหารตัวประกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นปัจจัยสร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันโดยราคาน้ำมันสำเร็จรูปกลุ่มแก๊สโซฮอล์ที่ปรับขึ้นวันนี้ 50 สต./ลิตร เป็นผลมาจากการขยับราคาน้ำมันของสัปดาห์ที่แล้ว ดังนั้น แนวโน้มราคาขายปลีกมีทิศทางจะขึ้นราคาได้อีก

นายไพรินทร์ ยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนของจีพีเอสซี ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว โรงกลั่นเอสพีอาร์ซี ทาง ค.ร.ม.เห็นชอบแก้ไขสัญญาโรงกลั่นฯ คาดว่าจะดำเนินการเสร็จใน 6 เดือน หลังจากนั้นหากภาวะตลาดเหมาะสมจะกระจายหุ้นทันที โดย ปตท.ถือหุ้นร้อยละ 36 จะขายหุ้นไอพีโอร้อยละ 30 ก่อน หากตลาดต้องการก็พร้อมขายทั้งหมด ขณะที่หุ้นบางจากร้อยละ 27.22 บอรด์เห็นชอบแนวทางขายหุ้น คาดเจรจาเสร็จสิ้นไตรมาส 1 จะได้เงินส่วนนี้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือพีทีที และประธานจีพีเอสซี ระบุว่าพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไตรมาส 1 ปี 2558 ถือเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการเข้าซื้อขายหุ้นใน ตลท.เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีนี้ คาดว่าจะได้เงินจากการขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก หรือไอพีโอ คิดเป็นร้อยละ 25 ของทุนจดทะเบียน จำนวน 6,000-8,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ด้าน บมจ.ไทยออยล์รายงานราคาน้ำมันดิบเบรนท์เและเวสต์เท็กซัสปรับขึ้นมากกว่าร้อยละ 19 จากวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปิดที่ 57.91ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.16 ดอลลาร์สหรัฐ และปิดที่ 53.05 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือเพิ่มขึ้น 3.69 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ตามลำดับ หลังจากประธานกรรมการผู้จัดการบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างบีพีออกมาเผยว่า บีพีได้ลดงบประมาณการลงทุนด้านการผลิตน้ำมันลงกว่าร้อยละ 13 เป็น 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2558 จาก 22,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2557 ขณะที่บริษัท เชฟรอน ซึ่งถือเป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อีกรายหนึ่งได้ประกาศลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้านการผลิตน้ำมันลงเช่นเดียวกัน โดยลดลงประมาณร้อยละ 13 จากปี 2557 สู่ระดับ 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยเหตุนี้ทำให้ตลาดคาดว่ากำลังการผลิตน้ำมันจากกลุ่มประเทศนอกโอเปกจะเริ่มลดลง เนื่องจากผู้ผลิตกลุ่มต้นทุนสูงบางรายเริ่มได้รับผลกระทบจากการที่น้ำมันดิบลดลงอย่างรวดเร็วจนต่ำกว่าระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ค่าเงินสหรัฐอ่อนค่าลงกว่าร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น

ขณะที่ราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์น้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้น 4.01 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 52.96 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เบนซินเพิ่มขึ้น 5.06 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 66.76 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และดีเซลเพิ่มขึ้น 3.77ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 66.50 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!