อาลีบาบากับ "สินค้าปลอม"

อาลีบาบากับ "สินค้าปลอม"
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ก่อนหน้านี้ไม่นาน อาลีบาบา (alibaba.com) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน อาจไม่เป็นที่รู้จักมากนักในประเทศไทย เว้นแต่คนที่ติดตามข่าวสารในแวดวงไอทีและที่เกี่ยวข้องกับด้านอีคอมเมิร์ซ แต่หลังจากทำ IPO ในสหรัฐที่เป็นวงเงินสูงมากสุดในประวัติศาสตร์ถึง 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

และเมื่อหุ้นของอาลีบาบาเริ่มเข้าซื้อขายในตลาดไม่นานมานี้ ราคาหุ้นก็พุ่งขึ้นไปจากราคา IPO ทำให้มูลค่าตลาดของอาลีบาบาสูงลิ่ว สูงกว่าอเมซอน เฟซบุ๊ก และอีเบย์ ชื่อเสียงของ แจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งบริษัทก็เริ่มขจรขจายในสื่อเมืองไทยสปอตไลต์ฉายส่องไปที่ประวัติของเขาที่เริ่มจากการเป็นครูแล้วค่อยๆ เข้ามาสู่แวดวงไอที จนมาเริ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซในนามอาลีบาบาเมื่อราวปี 1999

ทุกวันนี้กลายเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ อาลีบาบา เริ่มแรกที่ก่อตั้งนั้นเป็นอีคอมเมิร์ซเชื่อมโยงผู้ผลิตจากจีนกับผู้ซื้อทั่วโลก ต่อมาก็ขยายออกไปเป็นลำดับครอบคลุมถึงการค้าปลีกค้าส่งทั่วไป รวมถึงการเป็นตลาดกลางเหมือน อีเบย์ มีระบบชำระเงินของตัวเอง ตลอดจนบริการด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง

ฉายาที่สื่อต่างประเทศเคยใช้เรียกอาลีบาบาว่า อเมซอนแห่งจีนแผ่นดินใหญ่ ถึงปัจจุบันน่าจะไม่จำเป็นอีกแล้ว เพราะชื่อเสียงของอาลีบาบาเป็นที่รู้จักกันในระดับโลก

ในการทำธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ด้วยการเป็นตลาดกลางให้ผู้ซื้อกับผู้ขายมาเจอกันนั้นปัญหาอย่างหนึ่งที่ธุรกิจอย่างนี้เผชิญก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับสินค้าปลอม ซึ่งเป็นส่วนที่บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของธุรกิจไปด้วย และสินค้าจากจีนก็ขึ้นชื่อในเรื่องการปลอมแปลง ถึงขนาดที่อาลีบาบาถูกสำนักงานการค้าสหรัฐขึ้นบัญชีตลาดที่เป็นแหล่งละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในปี 2012

บริษัทที่ทำธุรกิจทำนองนี้ ต้องใส่งบประมาณจำนวนหนึ่งสำหรับการตรวจสอบและขจัดผู้ขายสินค้าปลอมออกไปจากเว็บอีเบย์ให้งบประมาณเรื่องพวกนี้ปีละประมาณ20 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าค่อนข้างมาก

แต่ล่าสุดอาลีบาบาเปิดเผยว่า ทุ่มงบประมาณสำหรับเรื่องนี้กว่า 160 ล้านเหรียญจากต้นปี 2013 จนถึงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นอกจากการวางระบบการตรวจสอบเพิ่มแล้ว ยังเพิ่มจำนวนพนักงานที่คอยตรวจสอบสินค้าปลอมที่นำมาขายผ่านเว็บไซต์ทุกวันอีก 200 คน จากที่มีอยู่แล้ว 2,000 คน นอกเหนือไปจากอาสาสมัครอีกราว 5,400 คน ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบรายวันด้วย

ปัญหาสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ สำหรับอาลีบาบา เพราะสินค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อขายกันผ่านเว็บไซต์ของอาลีบาบาเป็นสินค้าจากจีน ในปี 2013 สินค้าที่ถูกกรมศุลกากรสหรัฐยึดได้เพราะละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาร้อยละ 93 เป็นสินค้าจากจีน

ก่อนทำ IPO อาลีบาบาเร่งขจัดสินค้าปลอมออกจากเว็บไซต์กว่า 90 ล้านชิ้น จนถึงเดือนก.ย.ที่ผ่านมาทำโทษผู้เสนอขายสินค้าปลอมมากถึง 130,000 ราย ทั้งยังทำงานประสานกับทางการที่นำไปสู่การนำจับอีกกว่า 400 ราย

ยุทธศาสตร์ที่จะมุ่งขยายตัวในระดับโลก จำเป็นต้องหาทางสกัดกั้นสินค้าปลอมแปลงจากเว็บไซต์ทุกวิถีทาง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือทั้งจากผู้ซื้อทั่วโลก และจากผู้ขายที่เป็นแบรนด์ดัง ๆ เพื่อให้หันมายอมใช้บริการของอาลีบาบา เพราะความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญ

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!