ลดภาษีเฮือกสุดท้าย ตอนที่ 2

ลดภาษีเฮือกสุดท้าย ตอนที่ 2
ลงทุนสไตล์ สนุก!

สนับสนุนเนื้อหา

ในบทความที่แล้วเราได้สรุปหลักเกณฑ์การซื้อขายของกองทุนรวม LTF & RMF กันไปแล้ว แต่ก็ยังติดปัญหาว่าไม่รู้จะเลือกลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีกับกองทุนแบบไหนดี เช่น ถ้าอยากได้รับเงินปันผลระหว่างลงทุนจะซื้อกองทุนแบบไหนดี ถ้าเรายอมรับความเสี่ยงได้ต่ำมากควรลงทุนในกองทุนรวมอะไรดี ในบทความนี้เรามาดูวิธีการเลือกกองทุนรวมอย่างไรให้ตรงใจเรามากที่สุด

3 วิธีเลือกกองทุนลดหย่อนให้ตรงใจ
1. เป้าหมาย
เราควรตั้งเป้าหมายว่าควรจะลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว ถ้าต้องการลงทุนระยะสั้นควรเลือกลงทุนใน LTF เพราะระยะเวลาการลงทุนเพียง 5 ปีก็ขายออกได้ แต่ถ้าต้องการเก็บเงินระยะยาวและมีเงินใช้หลังเกษียณควรเลือกลงทุนใน RMF เพราะขายได้ก็ต่อเมื่ออายุเกิน 55 ปีและถือกองทุนเกินกว่า 5 ปีขึ้นไป(ตั้งแต่ซื้อครั้งแรก) เป็นการสร้างวินัยการออมภาคบังคับที่จะทำให้เรามีเงินใช้สบายๆหลังเกษียณ

2. ความเสี่ยง
ลักษณะการลงทุนของ LTF นั้นจะลงทุนในหุ้นมากกว่า 65% ซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยงสูง แต่ลักษณะการลงทุนของ RMF จะมีนโยบายการลงทุนตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงปานกลางและความเสี่ยงสูง เช่น ตราสารหนี้ หุ้น ทองคำ หรือลงทุนที่ต่างประเทศ ทำให้เรามีทางเลือกในการลงทุนได้มากกว่า

3. เงินปันผล
LTF มีทั้งนโยบายการลงทุนที่จ่ายปันผลและไม่จ่ายปันผล ซึ่งนักลงทุนที่มีฐานภาษีมากกว่า 10%และเลือกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายจ่ายปันผล ควรเลือกให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เพราะจะได้ไม่ต้องนำเงินปันผลดังกล่าวมาใช้ในการคำนวณภาษีในช่วงสิ้นปี ถ้านำมาคำนวณรวมกับรายได้ก็จะทำให้เสียภาษีสูงขึ้น ส่วนนโยบายของ RMF นั้นจะไม่มีการจ่ายเงินปันผล ซึ่งจะส่งผลดีต่อกองทุนที่จะโตขึ้นเรื่อยๆ นักลงทุนก็จะมี NAV ที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ วิธีเลือกเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางในการตัดสินใจตามเป้าหมายของนักลงทุน ซึ่งนักลงทุนควรนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับตนเองอีกครั้ง โดยการเขียนเป้าหมายการลงทุนออกมาเป็นข้อๆเพื่อจะได้เห็นภาพรวมของทางเลือกที่ใช้ในการตัดสินใจของเรามากขึ้น เช่น ถ้าเลือกแล้วว่าต้องการลงทุนระยะสั้นแล้วมีการจ่ายเงินปันผล เราก็จะสามารถคัดเลือกกองทุนได้ง่ายขึ้นโดยเข้าเว็บกองทุนรวมเพื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนในช่วงที่ผ่านมาว่ากองทุนไหนให้ผลตอบแทนดีที่สุดในระยะสั้น  1 ปีจนถึงระยะยาว 5-10 ปี

ถ้ากองทุนไหนผลตอบแทนไม่หลุด 10 อันดับแรกก็เขียนชื่อกองทุนนั้นไว้ แล้วเราจะใช้นโยบายการลงทุนเป็นตัวตัดสินก่อนที่จะลงทุนจริง แต่สิ่งสำคัญที่เราควรตระหนัก คือ ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถสะท้อนผลตอบแทนในอนาคตได้ ดังนั้น เราควรตรวจสอบนโยบายการลงทุนปีละ 1-2 ครั้ง ถ้ามีการปรับเปลี่ยนแล้วทำให้กองทุนแย่ลง จึงค่อยสับเปลี่ยนไปลงทุนในกองทุนอื่น

สามารถหาข้อมูลได้ที่งาน “มหกรรมมีใช้ตอนแก่ด้วย LTF-RMF” ระหว่างวันที่ 18 – 21 ธันวาคม 2557 ณ โซนอีเดน Central World จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.thaimutualfundnews.com/

ผู้เขียน : อภินิหารเงินออม
สนับสนุนข้อมูลโดย : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  (www.set.or.th/onlineinvestor