Market Insight - บล.ยูไนเต็ด

Market Highlight                - วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดออกมาในเชิงลบมากกว่าบวก คาดว่าจะกดดัน SETI ให้ปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม ถ้า SETI ยืนเหนือ 1,070 จุด ได้อย่างมั่นคง SETI มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบ high เดิมที่ 1,100 และ 1,114 จุด ตามลำดับ           - ในเชิงกลยุทธ์ เรายังแนะนำให้ยึดระบบจำกัดความเสี่ยง ดังนี้ SETI>1,070 จุด=สัญญาณบุก (“buy”), 1,055 <= SETI <= 1,070 จุด = สัญญาณหยุด (“wait & see”) และ SETI < 1,055 จุด=สัญญาณถอย (“sell & sail”)           -  ในระดับหุ้น มีหุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (แข็งขึ้น = ACCELERATION) คือ LH, LOXLEY, SEAFCO และหุ้นแสดงสัญญาณลบ (อ่อนลง = DECELERATION) คือ BAY, CK, ITD, PTT, TISCO, TMB, TOP           หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): IVL (48.5-/50.-), JAS (3.28/3.80), KSL (13.5/13.9)*   เหตุการณ์และการขึ้นป้าย:   วันนี้ :             - BANP06CB DW เข้าซื้อขายจำนวน 20.00 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 100 DW :1หุ้นสามัญ  ราคาใช้สิทธิ 680.00 บาท           - BANP06PB DW เข้าซื้อขายจำนวน 20.00 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 100 DW :1หุ้นสามัญ  ราคาใช้สิทธิ 750.00 บาท            - DTAC08CB DW เข้าซื้อขายจำนวน 14.20 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 10 DW :1หุ้นสามัญ  ราคาใช้สิทธิ 48.00 บาท           - SCB06CB DW เข้าซื้อขายจำนวน 12.00 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 10 DW :1หุ้นสามัญ  ราคาใช้สิทธิ 95.00 บาท           - SCB06PB DW เข้าซื้อขายจำนวน 12.00 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 10 DW :1หุ้นสามัญ  ราคาใช้สิทธิ 110.00 บาท           - TUF06CB DW เข้าซื้อขายจำนวน 15.00 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 5 DW :1หุ้นสามัญ  ราคาใช้สิทธิ 45.00 บาท           - PTTA13CA SP ตั้งแต่วันที่ 11-14 ก.ค.54 (ปิดสมุดเพื่อการโอน DW)            - SPORT XW 4C : 1W  @ 0.00 บาท  (SPORT-W4)           - ลูกหุ้นเข้า DEMCO 4.73 หมื่นหุ้น, TVO 6.17 ล้านหุ้น           - จากการประกาศของตลท. สัปดาห์นี้มีหุ้นที่ต้องซื้อขายในบัญชี Cash Balance คือ ITD, NWR--ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Turnover List   วันพรุ่งนี้ :            - BGH42CA, IVL42CA  SP ตั้งแต่วันที่ 12-18 ก.ค.54 (ปิดสมุดเพื่อการโอน DW)           - ลูกหุ้นเข้า CIG 1.69 ล้านหุ้น, GL 2.69 ล้านหุ้น, IRPC 70.86 ล้านหุ้น, SPORT 1.47 ล้านหุ้น           - CPAL08CA DW เข้าซื้อขายจำนวน 10.00 ล้านหน่วย   อัตราการใช้สิทธิ 5 DW :1หุ้นสามัญ  ราคาใช้สิทธิ 38.00 บาท   ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:               - 11 ก.ค. 54 : กรรมการค่าจ้างกลางประชุมการพิจารณาขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรอบกลางปี           - 11 ก.ค. 54 : เปิดบริการให้เด็กอายุตั้งแต่ 7-14 ปี ทำบัตรประชาชนทั่วประเทศ           - 13 ก.ค.54: กนง.กำหนดทิศทางดอกเบี้ย ครั้งที่ 5/2554               - 15 ก.ค.54: วันอาสาฬหบูชา  (ไทย)           - 18 ก.ค.54: Marine day ( ญี่ปุ่น)           - 29 ก.ค.54: ธปท.ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทย เดือน มิ.ย.54           - 3 ส.ค.54: คาดประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏ์รเป็นครั้งแรกหลังเลือกตั้ง            - 9 ส.ค.54: National Day (สิงคโปร์)           - 12 ส.ค.54: วันแม่แห่งชาติ   Investment Outlook   แนวโน้มระยะสั้น:              แนวโน้มระยะสั้น: เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามตลาดภูมิภาค โดย SETI ปิด +5.38 จุด (+0.50%) ปิดที่ 1,088.46 จุด ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายที่หนาแน่นขึ้นที่ 37,194 ลบ.           ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:           - ตลาดหุ้นโลก: DJIA 12,657.20 จุด (-0.49%), S&P 1,343.80 จุด (-0.70%), NASDAQ 2,859.81 จุด (-0.45%), Nikkei 10,100 จุด (-0.37%), AOI 4,672 จุด (-0.91%), KOSPI 2,167 จุด (-0.59%)           - กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต่างชาติและบล.ซื้อสุทธิ +343 และ +118 ลบ. ตามลำดับ ในขณะที่ สถาบันและรายย่อยขายสุทธิ -138 และ -324 ลบ. ตามลำดับ           - สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX $96.2 (-2.5%), BDI 1,449 จุด (-0.3%), GRM $7.6 (-9.5%), ทองคำ $1,541.99 (-0.1%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ           - ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงิน ฿ ทรงตัว โดยซื้อขายที่ 30.20-30.25 บาท/ดอลลาร์           - เศรษฐกิจ: “สหรัฐรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนมิ.ย.”           - การเมือง: “ปชป.ยื่นกกต.ให้พิจารณายุบเพื่อไทย, จำลองร้องเลือกตั้งล่วงหน้าอาจขัด รธน.”           - เทคนิค: โมเมนตัมระยะสั้นและกลางจะยังเป็นบวก ถ้า SETI > 1,045 และ1,040 จุด ตามลำดับ           วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดออกมาในเชิงลบมากกว่าบวก คาดว่าจะกดดัน SETI ให้ปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม ถ้า SETI ยืนเหนือ 1,070 จุด ได้อย่างมั่นคง SETI มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบ high เดิมที่ 1,100 และ 1,114 จุด ตามลำดับ           ด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน วันนี้ ออกมาในเชิงลบเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ เห็นได้จาก ...           - ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคปรับตัวลงตามตลาดหุ้น Wall Street           - ตลาดพันธบัตร: อัตราผลตอบแทน US10Y ร่วงลง ล่าสุด=3.0139% [ความหมาย: อัตราผลตอบแทนพันธบัตร=แรงขายสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง (risk-free asset)+นักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]           - ค่าเงินดอลลาร์: แข็งค่า ล่าสุด=75.249~75.308 จุด [ความหมาย: ดัชนีค่า US$=แรงขายสินทรัพย์ที่ไม่ซื้อขายในสกุล US$ (non-US$ denominated assets)]           - สินค้าโภคภัณฑ์: ปรับตัวลง น้ำมัน, BDI และทองคำ  [ความหมาย: น้ำมัน+BDI= “สินทรัพย์เสี่ยง”, ทองคำ=“สินทรัพย์ปลอดภัย”]           ในภาพรวม ตลาดยังมีสัญญาณบวกในเชิงโมเมนตัม เราให้ยึดระบบจำกัดความเสี่ยง ดังนี้ SETI>1,070 จุด=สัญญาณบุก (“buy”), 1,055 <= SETI <= 1,070 จุด=สัญญาณหยุด (“wait & see”) และ SETI < 1,055 จุด=สัญญาณถอย (“sell & sail”)           ในระดับหุ้น มีหุ้นแสดงสัญญาณบวก (แข็งขึ้น = ACCELERATION) คือ LH, LOXLEY, SEAFCO  และหุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (อ่อนลง = DECELERATION) คือ BAY, CK, ITD, PTT, TISCO, TMB, TOP   แนวโน้มระยะกลาง:             ตั้งแต่ปี 52 เป็นต้นมา ตลาดหุ้นไทยได้ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวม (total return) ที่สูงมาก           แต่ในช่วงเวลานั้น คนส่วนใหญ่ยังถูกกดดันด้วย “ความกลัว” (fear=false evidence about realities=“ทิฏฐิวิปลาส”) หลายๆ ประการ ได้แก่ ...            - วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจต้องฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี           - การฟื้นของตลาดอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มลง (“bear market rally”)           - แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W”           - สังคมไทยมีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก           - ศาลปกครองได้สั่งระงับการดำเนินการของโครงการในมาบตาพุดตั้งแต่ปลายปี 52           อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ “ลุ้นทางบวก” ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลดังนี้ ...           - เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดเข้าสู่ระบบจะเริ่มเห็นผล โดยคาดเศรษฐกิจโลกจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นใน 2H52+ไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” (“great depression”)           - หุ้นเกี่ยวเนื่องกับสินค้าโภคภัณฑ์ (ซึ่งมีน้ำหนักสูงใน ตลท.) มีโอกาสฟื้นก่อนกลุ่มอื่นๆ           - คาดว่าเม็ดเงินจะยังไหลมาเอเชีย เพราะไม่ประสบปัญหาเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป           สำหรับปี 54 เรายังคงมีมุมมอง “เชิงบวก” ต่อการลงทุนในตลาดหุ้น จากประเด็นต่อไปนี้...           - เศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรแล้วตั้งแต่ปี 52 และกำลังฟื้นตัวตามรูปแบบตัว “U”           - ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา+ยุโรป ทำให้เม็ดเงินไม่ไหลออกจากเอเชีย           - การแบ่งขั้วที่ลดลง+การจัดการเลือกตั้งใหม่ ทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์จลาจลอย่างปี 53-54           อย่างไรก็ตาม ตลาดก็มี “ปัจจัยเสี่ยง” ที่มีผลกระทบกดดันอยู่หลายๆ ประเด็นเช่นกัน คือ ...           - แรงกดดันภาวะเงินเฟ้อทำให้ธนาคารกลางประเทศต่างๆ มีท่าทีที่ระมัดระวังมากขึ้น           - สถานการณ์ที่ผันผวนสูงทำให้นักลงทุนอยู่ในภาวะ “กลัวความเสี่ยง” (risk aversion)           - ราคาน้ำมันผันผวนตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความเสี่ยงการก่อการร้าย           เรายังคงเป้าหมาย SETI ที่ 1,200-1,250 จุด แต่ก็ต้องระมัดระวังในการเข้าลงทุน เพราะ...           - ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสูง จึงต้องเน้นที่ “การเลือกหุ้น” ค่อนข้างมาก           - ตลาดแค่ “พักฐาน” ไม่ใช่ “ขาลง” โดยมีแนวรับที่ 1,020 +- 20 จุด ซึ่ง ณ ระดับนี้มี upside ถึง 20% ในภาพรวม เรายกระดับคำแนะนำจาก “HOLD” เป็น “BUY” อีกครั้ง เพราะมีสัญญาณ “บวก” ด้านโมเมนตัมปรากฏแล้ว (สามารถสร้าง long market position ผ่าน TDEX หรือ SET50I Futures ได้แล้ว)           - ช่วง ก.ค. ต้องจับตาดู 1) ผลเลือกตั้ง+การจัดตั้งรัฐบาล; 2) การประเมินแนวโน้มของผลประกอบการ 2Q54 (เริ่มที่กลุ่ม BANK ซึ่งมีโอกาสจะเป็นกลุ่มนำตลาด)    Futures Focus                            (พิเชฐ #536)   SET 50 Index Futures วันนี้: มีแนวโน้ม “ปรับตัวลง”             SET 50 Index เมื่อวาน: ปิดบวก 4.10 จุด อยู่ที่ 763.35 จุด, ขณะที่ S50U11 ปิดลบ 0.1 จุด อยู่ที่ 763.2 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติและสถาบันขายสุทธิ -1,843 และ -1,581 สัญญา ตามลำดับ ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ +3,424 สัญญา และมีค่า Basis (SET 50-S50U11) อยู่ที่ 0.15 จุด           มุมมองต่อ SET 50 Index วันนี้: คาดว่า SET50 Index ปรับตัวลงตามตลาดหุ้นสหรัฐ และภูมิภาค รวมทั้ง การร่วงลงของราคาน้ำมันดิบ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์กันไว้           แนวโน้มทางเทคนิค SET50:  โมเมนตัมระยะกลางมีแนวโน้มเป็นบวก ถ้ายืนเหนือ 750 จุดได้อย่างมั่นคง มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 780 และ 800 จุด ได้           แนวรับ - แนวต้าน:                  ปิด               แนวรับ 1,2                 แนวต้าน 1,2            จุดหยุดขาดทุน  S50U11          763.2            753 / 758                  768 / 773               738  S50Z11          762.9            753 / 758                  768 / 773               738           กลยุทธ์การลงทุน:  แนะนำให้ เปิด (Open) สถานะซื้อ (Long) เมื่อดัชนีอ่อนตัว   Gold Futures วันนี้: มีแนวโน้ม “ขึ้นต่อ”              ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ค: ปิดบวก $11.00 อยู่ที่ 1,541.60$/Oz (หรือ 22,158 บาท) โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจาก ก.แรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่อ่อนแอ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลกับภาวะศ.ก.สหรัฐ , เช้านี้ราคาทองคำ (Spot Gold: RTXGL) อยู่ที่ 1,542.21$/Oz หรือ 22,167 บาท           กองทุน SPDR: กองทุน SPDR (กองทุน ETF รายใหญ่ที่สุดในโลก) รายงานการถือครองทองคำ ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ระดับ 1,205.81 ตัน เมื่อวานนี้           มุมมองด้านพื้นฐานต่อราคาทองคำ: ระยะกลางมีแนวโน้มเป็นบวกจากความวิตกปัญหาหนี้สินในยูโรโซน, ภาวะเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางศ.ก.โลก ช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์ที่ปลอดภัย           แนวโน้มทางเทคนิค:  ราคาทองคำยังอยู่ในลักษณะของการแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideways) โดยมีแนวรับ 1,480$/Oz และแนวต้านที่ 1,550$/Oz           แนวรับ-แนวต้าน                  ปิด                             แนวรับ 1,2                          แนวต้าน 1,2           GFQ11          22,160                       22,120 / 22,240                  22,430 / 22,650           GFV11          22,350                       22,210 / 22,430                  22,620 / 22,840                 กลยุทธ์การลงทุน:  แนะนำ เปิด (Open) สถานะซื้อ (Long) เมื่อราคาอ่อนตัวบริเวณแนวรับ   Trader’s Digest   IVL (แนวรับ=48.5, แนวต้าน=50.0)             เป็นผู้นำอุตสาหกรรม PET/PTA ของโลก มี polyester chain ในตลาดหลักทั่วโลก           ยังเดินหน้าแผนซื้อกิจการดันกำลังผลิตจาก FY53 ที่ 3.2 คาด FY57 เพิ่มเป็น 10 ล้านตัน/ปี           การขยายกิจการไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงิน เพราะมี D/E ณ 1Q54 ต่ำเพียง 0.53x           ด้วยกำลังผลิตที่เพิ่มเป็น 5.8 ล้านตัน/ปี คาดกำไร FY54 ที่ 14,955 ลบ. EPS 3.11 บ. +27%           เราแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 62.- บ.(อิง P/E ที่ 20x)   JAS (แนวรับ=3.28, แนวต้าน=3.80)             แนวโน้ม FY54 กำไรโตโดดเด่นตามธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (61% ของรายได้) ที่มีผู้ใช้บริการเพิ่มต่อเนื่อง (1Q54=0.87 ล้านราย +47%) ดัน 3BB ครองส่วนแบ่งตลาด #2           2Q54 เริ่มรับรู้ผลบวกจากการร่วมเปิดให้บริการ WiFi กับ ADVANC มากขึ้น โดยมีลูกค้าใช้บริการแล้ว 1 แสนราย (1Q54=2 หมื่นราย) เป็นอีกปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานในระยะยาว           มองความเสี่ยงการตั้งสำรองด้อยค่าหุ้น TT&T ใน 2H54 หมดลง หลังถูกพักการซื้อขายไปแล้วตั้งแต่ 23 มิ.ย.54 (อิงราคาหุ้น TT&T ที่ 0.13 บ. คาด 2Q54 ตั้งด้อยค่าอีกราว -80 ลบ.)           ล่าสุด ยังมีประเด็นเก็งกำไรจากการเตรียมร่วมเข้าประมูลเป็นผู้ให้บริการขายต่อการให้บริการมือถือ (MVNO) ของ TOT ด้วย            แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายตาม consensus ที่ 4.21 บาท เทียบเท่า P/E  ปี 55 ที่ 13x   KSL (แนวรับ=13.5, แนวต้าน=13.9)             แจ้ง 2Q54 กำไร 551 ลบ. เพราะเป็น high season ธุรกิจน้ำตาล+โรงน้ำตาลในประเทศเพื่อนบ้านเริ่มสร้างกำไรครั้งแรก ซึ่ง +2.8x จาก 1Q54 และดีเกินคาด +13%           แนวโน้มกำไร 3Q54 ที่มีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่อีกตามยอดการขายน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพในการทำกำไรของธุรกิจเอทานอลที่จะกลับสู่ระดับปกติเต็มงวด           เตรียมปรับกำไร FY53/54 ขึ้นจาก 885 ลบ. (+458%) EPS 0.47 บ. ตามยอดหีบอ้อยที่ 6.2 ล้านตัน ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานของเราถึง 29%           แนะนำ “ซื้อ” โดยเราประเมินราคาเป้าหมายที่ 15.3 บ. (อิง DCF, WACC=9.8%, G=7%)   นักวิเคราะห์:           Namchai Techaratanawiroj 02-207-0038 email: namchaite@unitedsec.com             โดยบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 11 ก.ค. 2554