ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 183.38 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งเมื่อคืนนี้ (6 ต.ค.) พุ่งขึ้น 183.38 จุด หรือ 1.68% ปิดที่ 11,123.33 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 20.94 จุด หรือ 1.83% ปิดที่ 1,164.97 จุด ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 46.31 จุด หรือ 1.88% ปิดที่ 2,506.82 จุด หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศว่าจัดหาสภาพคล่องให้กับธนาคารในยุโรปที่ประสบปัญหาการระดมทุนในตลาดอินเตอร์แบงก์ นอกจากนี้ อีซีบียืนยันว่าจะเข้าซื้อสินทรัพย์มูลค่า 4 หมื่นล้านยูโร ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนผ่อนคลายจากความกังวลที่ว่าวิกฤตหนี้ยุโรปจะส่งผลกระทบต่อภาคธนาคาร โดยตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนผ่อนคลายจากความกังวลเกี่ยวกับการลุกลามของปัญหาหนี้ในภาคธนาคาร นับตั้งแต่มีรายงานว่าผู้นำยุโรป รวมถึงนางแองเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีที่สนับสนุนมาตรการเพิ่มทุนให้กับธนาครที่ประสบปัญหาด้านการเงิน ตลาดได้แรงหนุนเพิ่มขึ้นเมื่ออีซีบีประกาศว่าจัดหาสภาพคล่องเพิ่มเติมให้กับตลาดการเงินในยุโรป ผ่านโครงการซื้อพันธบัตรครั้งใหม่ ซึ่งมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการจัดหาสภาพคล่องเพิ่มเติมให้กับธนาคารที่ประสบปัญหาการระดมทุนในตลาดอินเตอร์แบงก์ อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ พร้อมกับยืนยันว่า อีซีบีจะใช้มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ และเข้าซื้อสินทรัพย์มูลค่า 4 หมื่นล้านยูโรเป็นเวลา 1 ปี โดยมีเป้าหมายที่จะลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้สาธารณะในยูโรโซน ทั้งนี้ แม้นักลงทุนผิดหวังที่อีซีบีตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% ในการประชุมเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย โดยไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่การที่อีซีบีตัดสินใจใช้มาตรการดังกล่าวสามารถกระตุ้นบรรยากาศการซื้อขายให้กลับมาคึกคักได้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการรายงานยอดขายที่เพิ่มขึ้นของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐ และรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐที่ระบุว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้นเพียง 6,000 ราย สูระดับ 401,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นักลงทุนจับตาดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยในคืนนี้ตามเวลาไทย โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 50,000 - 73,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ย.จะยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 9.1%